วิธีลบแคช ประวัติการท่องเว็บในเบราเซอร์ ไม่ว่าจะเป็น Google Chrome, Firefox, Microsoft Edge นั้นไม่ใช่เรื่องยากอะไร ในการท่องเว็บเว็บไซต์ เว็บเบราเซอร์ ได้มีการใช้ cache ในการเก็บรูปภาพ สคริปต์และส่วนอื่น ๆ ของเว็บไซต์ในระหว่างที่เรากำลังเข้าค้นหาข้อมูลต่างๆใน Internet เก็บประวัติการเข้าชม ซึ่งบ่อยครั้งก็สร้างปัญหาให้กับใครหลายๆ คน
สำหรับบทความนี้ผมจะมาแนะนำเทคนิคเล็กน้อยในการจัดการกับ cache ในเบราเซอร์ชื่อดังอย่าง Chrome, Firefox, Edge บางคนสงสัยว่าเราจะเคลียมันทำไม? ต้องเข้าใจก่อนว่า ในขณะที่เรากำลังท่องเว็บนั้น เบราเซอร์จะมีการเก็บรูปภาพ สคริปต์ และอื่นๆอีกมากมายที่เราได้เข้าไปดู นำมาซึ่งปัญหาของเหล่านักพัฒนาเว็บไซต์ หรือ Web Developer คือ เราแก้ไขโค้ดแล้ว พอเรารัน มันกลับไม่เปลี่ยนค่าที่เราอยากจะให้เป็น วิธีแก้คือ clear cache นอกจากนี้เพื่อไม่ให้ Browser ของเราเก็บข้อมูลขยะมากเกินไป มันอาจจะนำมาซั่งปัญหาเบราเซอร์ของเราช้าลงไปอีกด้วย ดังนั้นเรามาจัดการกับมันด้วยวิธีง่ายๆดังนี้
1. วิธีลบแคช ประวัติการท่องเว็บในเบราเซอร์ chrome
1. คลิกที่เมนูด้านบนขวา หรือ จุด 3 จุด
คลิกที่ Delete browsing data หรือ Ctrl+Shift+Del

2. มันจะเด้งหน้าต่างใหม่ขึ้นมา การเคลียร์แคชทุกครั้ง แนะนำให้เลือกเป็น All Time เพื่อล้างทุกช่วงเวลาเลย ไปที่ More แล้วเลือกเป็น All Time

จากนั้นรูปด้านล่าง ให้เราเลือกว่าจะล้างอะไรบ้าง เช่น
- Browsing history : ประวัติของเบราเซอร์
- Download history : ประวัติการดาวน์โหลด
- Cookies : คุกกี้ของเว็บ
- Cached images and files : แคช รูปภาพ และไฟล์ต่างๆ
แนะนำให้เคลียร์แค่ Download history กับ Cached images and files ก็พอครับ ถ้าไม่ได้ต้องการล้างทุกอย่าง เพราะบางทีไฟล์ที่เราดาวน์โหลดแล้ว เรามักจะย้ายไปวางในโฟเดอร์อื่นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการเคลียร์ประวัติการดาวน์โหลด จะทำให้ Browser ดูสะอาดมากขึ้น

2. วิธีลบแคชใน Microsoft Edge
ขั้นตอนแรก คลิกที่ “จุด 3 จุด” ด้านบนขวาสุด แล้วคลิก Delete Browsing data

มันจะเด้งหน้าต่างใหม่ขึ้นมา แนะนำให้เลือกเป็น All Time เช่นกัน เพื่อล้างทุกช่วงเวลา จากนั้นเลือกตรง Last hour เป็น All time

จากนั้น ให้เลือกว่าจะล้างอะไรบ้าง เช่น
- Browsing history : ประวัติการเข้าชม
- Download history : ประวัติการดาวน์โหลด
- Cookies : ประวัติคุกกี้ของการเข้าเว็บไซต์ต่างๆ (ไม่ใช่ขนมนะ)
- Cached images and files : ลบไฟล์รูปภาพและไฟล์ ซึ่งจำเป็นสำหรับคนทำเว็บ แก้ปัญหาเวลาแก้โค้ดแล้วไม่ทำงาน
แนะนำให้เคลียร์แค่ Download history กับ Cached images and files อย่างที่ได้บอกไป คือถ้าไม่ได้ต้องการล้างอะไรมากมาย เลือกแค่นี้ก็พอครับ

3. วิธีล้างแคช Safari บน Mac (ง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอน)
เปิด Safari แล้วมองที่แถบเมนูด้านบน คลิกที่ History
เลือกเมนู Clear History…

ในช่องที่ขึ้นมา เลือกช่วงเวลาเป็น All History

จากนั้นกดปุ่ม Clear History เป็นอันเรียบร้อยครับ

แนะนำ: หลังล้างแคชแล้ว ลองปิด–เปิด Safari ใหม่อีกครั้ง เพื่อให้ระบบรีเฟรชข้อมูลได้สมบูรณ์ขึ้นครับ
การลบ cache ใน web browser มีประโยชน์อย่างไร
โดยปกติแล้ว เวลาเราท่องเว็บไซต์ต่างๆ เบราเซอร์ หรือ Web Browser จะเก็บประวัติไว้ตลอดเวลา เพื่อความเร็วในการเข้าเว็บไซต์ครั้งต่อไป แต่บ่อยครั้งก็เป็นปัญหาเหมือนกัน เวลาที่ เจ้าของเว็บไซต์อัพเดตข้อมูลแล้ว แต่ฝั่งผู้ใช้อย่างเราๆ ยังเห็นข้อมูลเก่า
หรือปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดกับผมคือ เวลาทำเว็บไซต์ จำเป็นต้องอัพเดตโค้ดบ่อยๆ หากไม่ลบแคชแล้ว เบราเซอร์จะยังแสดงข้อมูลเก่าอยู่
ฉะนั้น เมื่อไหร่ที่เรารู้สึกว่า เบราเซอร์มันอืดๆ หรือหนักไป หรือยังแสดงข้อมูลเก่าๆ ให้ไปลบแคชก่อนทุกครั้ง จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ครับ



