เพื่อนๆ คงอยากหาลูกค้าเพิ่มมากขึ้นผ่าน Google Search หรือทำให้ธุรกิจตัวเองเป็นที่รู้จักใน YouTube แต่ยังไม่รู้ว่าเจ้า Google Ads ทำยังไง? ทำไมหน้าตาบัญชีของเราไม่เหมือนกับไลฟ์โค้ช Google Ads ที่เขาสอนกัน
แถมยังติดปัญหาเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กลยุทธ์เสนอราคา สถานที่ตั้ง คีย์เวิร์ด เครือข่าย วันนี้ผมมี 5 ขั้นตอนการตั้งค่าบน Google Ads ที่จะทำให้เข้าใจวิธีการทำโฆษณาเบื้องต้นบน Google Ads อย่างง่ายดาย
1. ตั้งค่าบัญชี Google Ads ทำยังไง? ให้เหมือนโปร
สำหรับมือใหม่ต้องการโฆษณาใน Google Ads มีข้อควรระวังในการสร้างบัญชีครั้งแรก เพราะ Google จะแนะนำให้เราสร้างบัญชีแบบ Smart ซึ่งง่าย แต่ควบคุมไม่ค่อยได้ ถ้าเพื่อนๆ ต้องการควบคุมหลายๆ อย่างด้วยตัวเอง แนะนำให้ตั้งค่าตามขั้นตอนนี้
ให้กดที่ลิงก์ข้างบนและใช้อีเมล Google ที่เพื่อนๆ ต้องการโฆษณา จากนั้นกดข้ามในหน้าแคมเปญที่ระบบแนะนำก่อน

เมื่อถึงหน้าต่างเหมือนรูปข้างบนให้กด “ข้ามขั้นตอนสร้างแคมเปญ (Skip Campaign creation)” เพื่อเข้าหน้าหลักให้ได้ เพราะหน้านี้ถ้าทำจบคือการสร้างแคมเปญแบบ Smart ซึ่งเราไม่ควรทำ
- เลือกประเทศ เวลา สกุลเงิน
การเลือกประเทศของบิล เวลาและสกุลเงิน สำคัญมาก เพราะถ้าเลือกไปแล้วจะไม่สามารถแก้ไขได้ นอกจากต้องสร้างบัญชีใหม่เท่านั้น

- หน้าตาบัญชี Google Ad แบบมืออาชีพ
เมื่อเลือกประเทศ เวลา และสกุลเงินเรียบร้อยแล้ว หน้าต่างของบัญชีจะเป็นเหมือนรูปข้างบน ให้กดปุ่มน้ำเงิน “สำรวจบัญชีของคุณ (Explore your account)” เพื่อเข้าหน้า “มืออาชีพ” ดั่งภาพข้างใต้

เพียงเท่านี้ เราก็จะเข้าสู่หน้าหลักของบัญชีเหมือนกับคนมือโปรแล้ว

2. ตั้งค่าเรื่องเงิน Google Ads ให้ถูกตั้งแต่แรก
Google Ads เป็นเครื่องมือโฆษณาที่ใช้งานฟรีก็จริง แต่การจะทำให้โฆษณาแสดงผล หรือวิ่งได้นั้น ต้องใช้เงิน ขั้นตอนนี้เราจะบอกวิธีการตั้งค่าการเรียกชำระเงินของ Google Ads ว่ายังไง ใช้อะไรได้บ้าง และมีเงื่อนไขยังไง เพื่อให้ตรงกับธุรกิจ
- ตั้งค่าการเงินให้ตรงกับประเภทของกิจการ
วิธีการคือ : ไปยังขวามือบนของจอ คลิกเมนูชื่อ “เครื่องมือและการตั้งค่า”


เมื่อถึงหน้า “การตั้งค่าการชำระเงิน” ให้เลือกเมนู “ประเภทบัญชี” ดังรูปข้างล่าง

จุดนี้สำคัญมากของบัญชี เพราะถ้าทำไปแล้วจะเปลี่ยนค่อนข้างยาก หลายขั้นตอน ต้องติดต่อทีม Ads Support
เทคนิคคือ
ให้เลือกตั้งค่าบัญชีให้ตรงกับความเป็นจริงของกิจการ ถ้าเราทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดา ให้เลือก บุคคลธรรมดา
ถ้าเราจดทะเบียนนิติบุคคล กับหน่วยงานรัฐ ไม่ว่าจะเป็น หจก. หสน บริษัท ต้องเลือกเป็น “บริษัท”
กรณีเป็นร้านอาหาร มี “ใบทะเบียนพาณิชย์” แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคล ให้เลือกตั้งค่าเป็น “บุคคลธรรมดา”
- เลือกวิธีการชำระเงิน

Google Ads ให้เราใช้วิธีการชำระเงิน 2 แบบ คือ True Money Wallet และบัตรเดบิตหรือเครดิต ตรงนี้สามารถเลือกตามสะดวกได้เลย
คำแนะนำ
ให้เลือกบัตรของบริษัท ถ้าเราต้องการเอาค่าใช้จ่ายโฆษณาไปเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท
- เลือกวิธีที่ระบบจะตัดค่าโฆษณา

การตัดเงินค่าโฆษณาของ Google Ads จะมีด้วยกัน 2 แบบคือ การตัดเงินอัตโนมัติ การชำระเงินด้วยตัวเอง
การตัดเงินอัตโนมัติ คือ ระบบจะตัดเงินเมื่อถึงเกณฑ์ที่กำหนดโดยอัตโนมัติ คือ ทุกวันที่ 1 ของเดือนและถึงเกณฑ์ยอดเงิน เช่น ยอดเงินถึง 20,000 บาท
การชำระเงินด้วยตัวเอง คือ เราต้องเติมเงินเข้าระบบ โฆษณาถึงจะวิ่ง คล้ายๆ กับการเติมเงินมือถือ
คำแนะนำ
หากต้องการให้โฆษณาแสดงผลต่อเนื่อง เลือก อัตโนมัติ หากต้องการให้แสดงเฉพาะเวลาที่มีเงิน เลือก ชำระด้วยตัวเอง
เมื่อตั้งค่าข้อมูลการชำระเงินเรียบร้อย บัญชีก็พร้อมวิ่งแล้ว
3. วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายการทำ Google Ads
โฆษณา Google Ads ไปหาใคร ?
ก่อนที่จะเริ่มเลือกแคมเปญ เริ่มโฆษณา Google Ads ควรทำความเข้าใจกับกลุ่มเป้าหมาย หรือคนที่เราอยากขายสินค้าก่อนว่า เขาเป็นใคร มีลักษณะอย่างไร ค้นหาคียเวิร์ดอะไร
เพราะการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้องและแม่น จะทำให้โฆษณามีประสิทธิภาพ ลงแล้วได้ผลตอบรับ ประหยัดเงิน
เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย คือสิ่งสำคัญในการทำโฆษณาบน Google Ads
การตั้งค่าบนบัญชี Google Ads ควรเป็นไปตามกลุ่มเป้าหมาย เช่น เขาเลือกคียเวิร์ดอะไร อายุเท่าไหร่ อยู่จังหวัดอะไร เราเลือกได้หมด แต่ถ้าเราไม่มีข้อมูลตรงนี้ เราจะตั้งค่าไร้ทิศทาง และจะเสียเงินโดยใช่เหตุ
เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย เพื่อนๆ สามารถใช้วิธีเดียวกันได้ เช่น การทำ keyword research
เมื่อได้ข้อมูลครบแล้ว ก็ไปยังขั้นตอนต่อไปได้
4. ตั้งเป้าหมายโฆษณา และค่อยเลือกประเภทแคมเปญ
Google Ads มีให้เลือกหลายแคมเปญ แต่ละแคมเปญจะสร้างโฆษณาไม่เหมือนกัน การแสดงผลของโฆษณาจะไปคนละที่ ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มทำโฆษณาให้ทำความเข้าใจก่อนว่า “เราโฆษณาไปเพื่ออะไร” “เราโฆษณาเพื่อใคร” “เราต้องการให้คนเห็นบนที่ไหน”
เราโฆษณา Google Ads ไปเพื่ออะไร
ถ้าเราต้องการโฆษณาบน Google Ads เพื่อให้คนค้นหาใน Google Search แล้วเจอเว็บเราอยู่หน้าแรกบนสุดให้เลือก “แคมเปญค้นหา (Search Campaign)”

แคมเปญค้นหา (Search Campaign) โฆษณาจะแสดงผลบน Google Search ที่เราใช้ค้นหากัน
ถ้าเราต้องการให้คนเห็นโฆษณาบน YouTube ตอนดูคลิปอื่นๆ เพื่อให้คนรู้จัก ควรเลือก “แคมเปญวิดีโอ (Video Campaign)”

ดังนั้นก่อนที่เราจะเริ่มทำโฆษณา ควรตอบคำถามของธุรกิจก่อนว่า เราจะทำโฆษณาเพื่ออะไร ให้ใครเห็น เห็นโฆษณาบนอะไร เพื่อให้เลือกแคมเปญถูกต้องตามเป้าของเรา
5. กลยุทธ์การเสนอราคา เข้าใจให้กระจ่างก่อนเลือก
กลยุทธ์การเสนอราคา คือสิ่งที่เราบอกระบบให้รู้ว่า เราทำแคมเปญเพื่อจะให้ได้ผลลัพท์อะไร ระบบจะแสดงโฆษณาเพื่อให้ได้ผลลัพท์นั้น
ซึ่งเราควรรู้ 5 กลยุทธ์การเสนอราคา และเข้าใจให้กระจ่างก่อนเลือกทำ Google Ads ซึ่งกลยุทธ์เสนอราคาบน Google Ads ที่ควรรู้มีดังนี้
- เพิ่มจำนวนคลิกสูงสุด (Maximize Click) เน้นให้เกิดจำนวนคลิกที่โฆษณามากที่สุด
- เพิ่มจำนวน Conversion สูงสุด (Maximize Conversion) เน้นให้เกิดการติดต่อมากที่สุด
- เพิ่มจำนวนมูลค่า Conversion สูงสุด เน้นให้เกิดยอดขายมากที่สุด
- CPA เป้าหมาย (Target CPA) เน้นให้เกิด Conversion ภายใต้ราคาที่กำหนด
- ROAS เป้าหมาย (Target ROAS) เน้นให้เกิดยอดขาย Conversion ภายใต้ผลตอบแทนที่กำหนด
- vCPM เน้นให้เกิดการแสดงผลให้มากที่สุด
- ต้นทุนต่อการดู CPV เน้นให้เกิดยอดวิวมากที่สุด
การเลือกกลยุทธ์แต่ละตัว ผลลัพท์ของโฆษณาก็จะเป็นไปตามที่เราเลือก เช่น ถ้าเลือก “เพิ่มจำนวนคลิกสูงสุด” ระบบก็จะพยายามจำนวนคลิกที่โฆษณามากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ผลลัพท์ของบัญชีคือ จำนวนคลิกจะเยอะ
ดังนั้นเราต้องทำความเข้าใจกลยุทธ์เสนอราคาแต่ละตัว เพื่อให้โฆษณาแสดงผลได้ผลลัพท์ไปในทางเดียวกับเป้าหมายธุรกิจของเรา
สรุป
Google Ads ทํายังไง? นั้นไม่ใช่เรื่องยากอะไร เราเพียงแต่ต้องตั้งค่าบัญชีให้ถูกต้องเหมือนคนทั่วไปใช้งาน ตั้งค่าเรื่องการเงินให้ตรงกับธุรกิจ เพื่อไม่ให้มีปัญหาในภายหลัง
วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายที่เราจะโฆษณาให้ถูกต้อง อาจใช้เครื่องมือที่ SEO ใช้งานกัน เข้าใจประเภทของแคมเปญว่าแสดงผลออกไปเป็นแบบไหนเข้าใจกลยุทธ์การเสนอราคาแต่ละตัวว่าทำงานอย่างไร
เพียงเท่านี้ คุณก็พร้อมที่จะทำโฆษณาแบบมือโปรแล้ว แต่ถ้าหากยังกังวล ไม่มั่นใจว่าจะทำออกมาได้ถูกต้องหรือเปล่า ทักปรึกษาการทำ Google Ads กับเราได้ เราพร้อมให้คำแนะนำฟรี



