หากใครกำลังสงสัยว่า “ทำไมต้องใช้ WordPress?” กำลังรีเสิชหาข้อมูลเกี่ยวกับ WordPress หรือเคยได้ยินมาบ้างจากในเว็บ ว่าเป็นระบบ CMS หรือว่าเป็น เว็บสำเร็จรูป สำหรับเขียนบล็อค แต่อาจจะยังไม่รู้ว่ามันมีฟีเจอร์หรือความสามารถแค่ใหนกัน
บทความนี้ผมจะมาลบล้างความคิดเดิมๆ ว่าเวิร์ดเพรสทำได้แค่บล็อค เพราะปัจจุบันนี้ ได้พัฒนาไปถึงเวอร์ชั่น WordPress 5.3.2 สามารถพัฒนาเว็บไซต์ได้ทุกรูปแบบ ตั้งแต่เว็บไซต์ขนาดเล็ก จนถึงเว็บไซต์ระดับอินเตอร์ไพรส์ หรือพัฒนาเป็นซอฟต์แวร์เฉพาะก็ยังได้ มีความยืดหยุ่นสูงมาก พลิกแพลงได้ทุกรูปแบบ (แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถของคนทำเว็บด้วยนะ) เรียกได้ว่า WordPress เป็น “พลานุภาพ… พลิกโลก“
ปัจจุบันมีระบบสร้างเว็บสำเร็จรูป และ CMS มากมาย เช่น WordPress, Joomla, Shopify, Magento, Wix, Weebly, Squarespace แต่ละตัวก็มีข้อดี-ข้อเสีย แตกต่างกันออกไป อย่าง Magento ก็เกิดมาสำเรับทำเว็บไซต์ e-commerce โดยเฉพาะ, WordPress เดิมทีเกิดเพื่อเป็นเว็บบล็อค แต่ตอนหลังถูกพัฒนามาเป็นเพลตฟอร์มการทำเว็บไซต์ที่ทำเว็บได้หลากหลาย จะทำเว็บไซต์บริษัท ร้านค้าออนไลน์ก็เหมาะดี ยืดหยุ่นสูง
ในบทความนี้ผมจะมาเจาะลึกเฉพาะจุดเด่นของ WordPress จากประสบการณ์ใช้งานจริง
- สร้างเว็บได้ฟรี! เพราะเป็นโอเพ่นซอร์ส
- ทำเว็บไซต์ได้หลากหลาย
- เรียนรู้การใช้ WordPress ได้ง่าย และได้รับความนิยม
- ยืดหยุ่นด้วย Themes และ Plugins
- WordPress ดูแลง่าย ใช้ง่าย ด้วยระบบหลังบ้านที่แสนง่าย
- ง่ายต่อการทำ SEO (ทำเว็บให้ติดหน้าแรก Google)
- เราเป็นเจ้าของเว็บไซต์ 100%
- ต่อยอดทำ Online Marketing
- เว็บไซต์ดังๆ ใครใช้ WordPress บ้าง
- ราคาไม่แพง ประหยัดค่าใช้จ่าย
1. สร้างเว็บได้ฟรี! เพราะเป็นโอเพ่นซอร์ส
ผมจะพูดถึงเฉพาะ WordPress.org เพราะเป็นตัวที่คนส่วนใหญ่ใช้กัน จริงๆ แล้วเวิร์ดเพรสมี 2 แบบคือ WordPress.org กับ WordPress.com ซึ่งเจ้า .org มีความยืดหยุ่นสูงกว่ามาก เราสามารถปรับแต่งได้ทุกรูปแบบ แต่เราต้องไปจดโดเมน เช่าโฮสติ้งด้วยตัวเอง แล้วมาติดตั้งเว็บ แต่ถ้าเป็น .com มีแบบฟรีด้วยนะ แต่ชื่อโดเมน จะเป็นประมาณ teeneeweb.wordpress.com ซึ่งไม่ค่อยสวย จึงต้องเสียเงินเช่าแพคเกจ ซึ่งราคาค่อนข้างสูง และไม่ค่อยยืดหยุ่น ผมเลยไม่แนะนำ
WordPress.com กับ WordPress.org ต่างกันอย่างไร?
ตัว .org ถูกพัฒนามาตั้งแต่ 2003 โน้นเลย ถึงตอนนี้ปี 2019 ก็ประมาณ 17 ปีได้ ผ่านการพัฒนาจากโปรแกรมเมอร์ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง มี Community ค่อนข้างใหญ่มาก ไม่แปลกที่เวิร์ดเพรสได้รับความนิยมใช้งานทั่วโลกมากถึง 34% ของเว็บไซต์ทั้งหมด
*ล่าสุด ปี 2021 WordPress มีส่วนแบ่งการใช้งานเพิ่มขึ้นเป็น 43%
.org เราต้องไปโหลดที่ WordPress.org แล้วมาติดั้งลงในโฮสติ้งที่เราไปเช่ามา จากนั้นต้องไปโหลด Theme Free และ Plugins Free ได้ผ่านระบบหลังบ้านโดยตรง
กว่า 43% ของเว็บไซต์ทั่วโลก ใช้งาน WordPress ตั้งแต่เว็บส่วนตัว จนถึงเว็บไซต์ชื่อดังระดับโลก
2. ทำเว็บไซต์ได้หลากหลาย
หนึ่งในความเข้าใจผิดของคนที่รู้จักเวิร์ดเพรสไม่จริงคือ “WordPress เกิดมาเพื่อสร้างเว็บบล็อค” สมัยแรกๆ จริงครับ แต่เวอร์ชั่นหลังๆ ได้มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา จนทำให้เวิร์ดเพรสเอง สามารถใช้ทำเว็บไซต์ได้ทุกรูปแบบก็ว่าได้ เช่น
- เว็บไซต์บริษัท/ธุรกิจ
- เว็บไซต์ขายของออนไลน์ หรือ E-commerce
- เว็บไซต์หน่วยงาน
- เว็บไซต์สื่อออนไลน์ (เว็บไซต์ข่าว)
- เว็บเรียนออนไลน์ เว็บไซต์ขายคอร์สเรียน
- เว็บไซต์อสัหาฯ หรือ เว็บไซต์ Property
- เว็บไซต์ประกาศฝากร้าน
- เว็บไซต์โรงเรียน
- เว็บไซต์แนวครีเอทีฟ (Creative)
- เว็บไซต์ Job boards
- เว็บไซต์ส่วนตัว
โดยพื้นฐานของ WordPress เองอาจจะให้แค่ฟังก์ชันพื้นฐาน แต่เราสามารถสร้างเว็บไซต์ตามที่ต้องการได้ ด้วยการใช้งาน Plugins และ Theme เช่น ถ้าต้องการทำเว็บร้านค้าออนไลน์ ก็ต้องใช้ปลั๊กอิน WooCommerce, ถ้าอยากทำเว็บรับสมัครงาน ก็ต้องใช้ปลั๊กอินแนว Job Board เป็นต้น
รูปภาพด้านบน เป็นตัวอย่างเว็บไซต์บริษัท ที่ทำด้วย WordPress สังเกตเห็นว่า ผมออกแบบและจัดวางเลย์เอาต์ได้อย่างอิสระ โดยการใช้ปลั๊กอิน Page Builder ในการจัดหน้า
และอีกตัวอย่าง เป็นเว็บ eCommerce หรือ ที่รู้จักในนาม “เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์” ทำด้วย WordPress เช่นกัน โดยพึ่งปลั๊กอิน WooCommerce ซึ่งเป็นปลั๊กอินสำหรับทำร้านค้าออนไลน์โดยเฉพาะ
3. เรียนรู้การใช้ WordPress ได้ง่าย และได้รับความนิยม
สรุปง่ายๆ เมื่อไหร่ที่มีคนใช้เยอะ แสดงว่าคนที่รู้เรื่องหรือเชี่ยวชาญก็มีเยอะเช่นกัน เหล่ากูรูต่างๆ ที่ร้อนวิชาเก็บไว้ไม่ไหว ก็อยากจะถ่ายทอดแบ่งปัน ปล่อยของ บางคนแบ่งปันเพื่อกันลืมก็มี ยังไงก็แล้วแต่ มันก็เป็นข้อดีของบรรดามือใหม่หัดทำเว็บไซต์ด้วย WordPress เดี่ยวนี้แค่ค้นหา Keyword …. ก็เจอเว็บไซต์ที่แบ่งปันความรู้เต็มไปหมด จิ้มเลือกได้เลย ใน teeneeweb.com เองก็มีบทความเวิร์ดเพรสเช่นกัน
เพราะ WordPress เกิดมาเพื่อทุกคนอยู่แล้ว คนที่ไม่รู้ Code ก็ทำได้ ถ้าตั้งใจศึกษาอย่างจริงจัง รับประกันว่าทำเว็บเองได้ที่บ้านได้เลย ผมขอสรุปขั้นตอนการเรียนรู้ WordPress พื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้น
- จด Domain และเช่า Hosting / Server
- ติดตั้ง WordPress
- ลง Theme ตามต้องการ
- ลง Plugins พื้นฐานที่จำเป็น
- จัด Layout หน้าเว็บด้วยปลั๊กอิน Page Builder
หากลองทำดูแล้วไปไม่เป็น ปรึกษาผู้ที่ถนัดด้าน WordPress เถอะครับ
4. ยืดหยุ่นด้วย Themes และ Plugins
จะว่าไป WordPress ก็เหมือนรถยนต์ สามารถแต่งเติมชิ้นส่วนได้ตามที่สบายใจ หากเราต้องการเสริมเรื่องความสวยงามก็ต้องพูดถึง Theme แต่ถ้าหากต้องการเสริมเรื่องฟังก์ชันการใช้งานก็ต้องพูดถึง Plugin
Theme WordPress มีทั้งแบบพื้นฐาน หรือ Free Themes และแบบที่ต้องเสียเงินซื้อ ปกติเค้าซื้อกันที่เว็บไซต์ Themeforest แน่นอนธีมฟรีกับเสียตังค์ซื้อ ย่อมแตกต่างในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องคุณภาพและฟีเจอร์เสริม ถ้าใครไม่ซีเรียสเรื่องความสวยงาม และต้องการใช้พื้นฐานจริงๆ ก็ธีมฟรีก็เพียงพอแล้ว แต่หากต้องการความหวือหวา สวยหรู และฟีเจอร์เด็ดเยอะ ก็แนะนำให้เสียตังค์ซื้อดีกว่า
Plugin WordPress เช่นเดียวกันครับ มีทั้งแบบพื้นฐาน หรือ Free Plugins มีปลั๊กอินฟรีราวๆ 54,870 ตัว และแบบที่ต้องเสียเงินซื้อ ปกติเค้าซื้อกันที่เว็บไซต์ Codecanyone.net จะใช้ปลั๊กอินอะไรก็ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน
Plugin WordPress พื้นฐานที่แนะนำ
- Yoast SEO : สำหรับทำ SEO ให้เว็บไซต์ติดหน้าแรก Google
- All In One WP Security & Firewall : เป็นปลั๊กอินด้านความปลอดภัย
- ปลั๊กอิน Page Builder : สำหรับจัด Layout หน้าเว็บ ตัวฟรีและที่นิยม ได้แก่ Page Builder by SiteOrigin และ Elementor Page Builder
- WooCommerce : สำหรับทำเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์
- Smart Slider 3 : สำหรับทำ slider หรือ slideshow
- WP Fastest Cache สำหรับเก็บแคช หรือทำให้เว็บโหลดไว
อ่านบทความครบเครื่องเรื่อง Plugin WordPress
5. WordPress ดูแลง่าย ใช้ง่าย ด้วยระบบหลังบ้านที่แสนง่าย
หากใครไปจ้างบริษัททำเว็บ หรือจ้างเอเจนซี่พัฒนาเว็บไซต์ขึ้นมาเอง ไม่ได้ใช้ WordPress คุณอาจจะต้องเสียค่าบริการดูแลเว็บไซต์รายเดือน ค่าอัพเดตข้อมูล ค่าออกแบบแบนเนอร์ ค่าแบ็คอัพ สารพัด ค่าใช้จ่ายก็แพงใช้ได้
แต่ไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับ WordPress เราสามารถดูแลระบบหลังบ้านเองได้ แค่สละเวลาเรียนรู้สักนิด ผมรับประกันว่าทำได้แน่นอน แม้เขียน Code ไม่เป็นก็ตาม ซึ่งโดยปกติแล้วการดูแลระบบหลังบ้าน มีดังนี้
- ให้แน่ใจว่า Hosting ยังทำงานได้ปกติ
- มั่นตรวจเช็คเรื่องความปลอดภัย ใช้ปลั๊กอินตรวจสอบได้
- BackUp WordPress เป็นประจำหลังอัพเดตข้อมูล
- อัพเดต Plugins, Themes, WordPress ทุกครั้งที่มีเวอร์ชั่นใหม่
- มั่นตรวจเช็คเรื่อง Speed และ SEO
หากทำตาม 5 ข้อที่กล่าวมาข้างบน เว็บไซต์เราก็จะมีคุณภาพและยากมากที่จะโดนแฮ็ก ส่วนใหญ่ที่โดนแฮ็กโดนไวรัส มาจากการที่ไม่ได้อัพเดตปลั๊กอิน หากเราอัพเดตอย่างสม่ำเสมอ และหา Hosting มีระบบป้องกันที่ดีและเร็ว แนะนำให้หา Hosting สำหรับ WordPress โดยเฉพาะ
หากลองทำดูแล้วไปไม่เป็น ปรึกษาผู้ที่ถนัดด้าน WordPress เถอะครับ
6. ง่ายต่อการทำ SEO (ทำเว็บให้ติดหน้าแรก Google)
จะทำเว็บไซต์ไปทำไม ถ้าลูกค้าไม่มีใครเจอเราบน Google?
SEO คือ การทำให้เว็บไซต์ของเราปรากฏใน Google ยิ่งปรากฏในหน้าแรกของ Google ก็จะยิ่งดี ช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ ขยายฐานลูกค้า โปรโมทสินค้าและบริการ แต่การทำ SEO ให้มีคุณภาพนั้น ก็ต้องหา Keyword ที่มีคุณภาพ หาคำที่มีการค้นหาต่อเดือนสูงๆ พอได้ Keyword ที่มีคุณภาพ ก็ต้องมาทำ SEO Onpage ในแต่ละหน้าของเว็บไซต์ และยังมีปัจจัย กลยุทธ์ SEO อีกหลายวิธีที่ต้องทำ
การทำ SEO เป็นแค่ก้าวแรกในการดึงดูดลูกค้าเข้ามาที่เว็บไซต์ของเรา แต่อย่างน้อยก็จะช่วยลดค่าโฆษณา ADwords ได้พอสมควร
Yoast SEO Plugin เป็นหนึ่งในปลั๊กอิน WordPress สำหรับทำ SEO ที่มีคนใช้งานมากที่สุด มันช่วยให้การทำ SEO ง่ายขึ้น
Yoast ช่วยวิเคราะห์และนำทางให้เราว่า เราได้ทำ SEO ถูกต้องตามหลักหรือเปล่า การกระจาย Keyword ตามตำแหน่งต่างๆ การเขียน Title, Description และที่ชอบที่สุด มันมี ไฟแดง ไฟเขียว ไฟส้ม ให้เราเห็นสถานะว่าเราทำถูกต้องหรือเปล่า คนที่ไม่ได้เก่ง SEO ก็ไม่ต้องกังวล แค่ทำตามที่ปลั๊กอินแนะนำก็เพียงพอแล้วครับ
7. เราเป็นเจ้าของเว็บไซต์ 100%
ผมขอเรียก WordPress ว่า “กึ่งสำเร็จรูป“
เว็บไซต์สำเร็จรูปในตลาดก็จะมี Wix, Weebly, Squarespace และในไทยเองก็มีบริษัททำเว็บพัฒนาระบบเว็บสำเร็จรูปเยอะ ข้อเสียคือ จะ Limit และแบ่งฟีเจอร์การใช้งานเป็นแพคเกจ แพคเกจเบสิกก็จะได้ราคาถูก หากต้องการฟีเจอร์มากขึ้นก็ต้องอัพเกรดแพคเกจเป็น Premium
ข้อเสียของเว็บสำเร็จรูป
- จำกัดฟีเจอร์การใช้งาน
- ไม่มีอิสระในการปรับ Hosting
- ไม่สามารถแก้ไข Code ของเว็บไซต์ได้ เพราะระบบไม่ให้เข้าถึง
- อย่าลืมว่าเราเช่าระบบเค้า หยุดจ่ายเมื่อไหร่ ข้อมูลหายหมด
WordPress เป็นระบบ CMS ที่เราเป็นเจ้าของ 100%
ศูนย์กลางการปรับแต่งของ WordPress อยู่ที่ “เมนู Appearance” จุดนี้เราสามารถปรับแต่ง Themes, Widgets, Menus, Header หากต้องการแก้ไขการตั้งค่าของธีม ก็ไปที่เมนูย่อย “Customize” ซึ่งเหมาะสำหรับมือใหม่ และและคนที่ใช้งานเป็นแล้ว
หากใครเป็น Programmer ต้องการแก้ไขไฟล์ธีมแบบขั้นสูง สามารถเข้าถึงผ่าน FTP ของ Hosting ได้โดยตรง *แต่แนะนำว่าให้ศึกษาโครงสร้างการทำงานของธีมก่อนครับ
8. ต่อยอดทำ Online Marketing
เว็บไซต์เป็นหนึ่งในตัวเลือกในการทำ Online marketing เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ค้นหาผ่าน Google การมีเครื่องมือที่ทำให้งานง่ายขึ้น ก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับคนที่ทำด้านนี้ ซึ่งจากประสบการณ์ WordPress เป็นเครื่องมือที่เหมาะมากๆ ในการทำ Content
อย่างที่ทราบกันดีว่า การที่จะประสบความสำเร็จในการทำ Online Marketing อยู่ที่ “คุณภาพของ Content” หากเราขยันเขียน Content ที่มีคุณภาพ ซึ่งต้องตรงกลับกลุ่มเป้าหมายของเราด้วยนะ ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะเจอลูกค้าตัวจริงมากขึ้น หากจะให้ถูกหลักมากกว่านี้คือ เราต้องหา Keyword เกี่ยวกับธุรกิจของเรา ที่มีคนค้นหามากที่สุด ไปใช้ใน Content ของเรา
– WordPress เองก็มีส่วนที่เรียกว่า Posts ใช้สำหรับเขียนบทความ ข่าวสาร สาระความรู้ วิธีใช้งานไม่ยาก แต่เหมาะมากๆ สำหรับเขียน Content เพราะมันแบ่งบทความเป็น หมวดหมู่ และ แท็ก ได้
– แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าบทความเรามีคนอ่านมากแค่ใหน? ต้องติดตั้ง Google Analytics เพื่อเก็บสถิติต่างๆ
– ดูสถิติผ่านระบบหลังบ้านของ WordPress ได้หรือเปล่า? ติดตั้งปลั๊กอิน Google Analytics Dashboard
– อยากทำ Email Marketing หรือระบบรับสมัครข่าวสาร? ติดตั้งปลั๊กอิน Mailchimp for WordPress
– อยากทำ SEO เพื่อให้ติดหน้าแรกของ Google? ติดตั้งปลั๊กอิน Yoast SEO
นี่แค่ปลั๊กอินบางตัวเท่านั้นที่ผมยกตัวอย่าง ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งานด้วยว่า ต้องการฟีเจอร์อะไรบ้าง
9. เว็บไซต์ดังๆ ใครใช้ WordPress บ้าง
BBC America
Bloomberg Professional
PlayStation.Blog
Microsoft News Center
10. ราคาไม่แพง ประหยัดค่าใช้จ่าย
ข้อนี้น่าจะสำคัญที่สุดสำหรับ SME หรือบริษัทที่กำลังจะเริ่มทำเว็บไซต์ มีงบไม่มาก WordPress ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด แต่ก็ต้องเลือกว่า จะทำเว็บไซต์เอง หรือ จ้างบริษัททำเว็บไซต์
ถ้าเลือกทำเว็บเอง ใช้งบแค่หลักพัน… แต่ต้องเสียเวลาศึกษาพอสมควร
ถ้าเลือกจ้างบริษัท ใช้งบหลักหมื่นขึ้นไป… แต่ได้งานที่น่าพอใจ
ถ้าเลือกที่จะสร้างเว็บเอง ก็ต้องเรียนรู้ขั้นตอนการสร้างเว็บไซต์ด้วยตัวเอง ขั้นตอนดังนี้
- จด Domain + เช่า Hosting
- ติดตั้ง WordPress
- หา Theme สวยๆ และลง Plugin ที่จำเป็นต้องใช้
- จัดหน้าเว็บด้วย Page Builder
- ทำให้ติดหน้าแรก Google ด้วย Yoast SEO
- BackUP WordPress ด้วย All-In-One WP Migration
- อัพโหลด Sitemap ของเว็บไซต์ขึ้น Google Web Mastertools
- ติดตามดูสถิติได้ที่ Google Analytics
หากทำเองแล้วไปไม่ถูก เลือกที่จะจ้างบริษัทที่รับทำเว็บด้วย WordPress โดยตรง ก็มีขั้นตอนดังนี้
- หาบริษัทที่เชี่ยวชาญ WordPress
- เตรียมข้อมูลให้พร้อม
- ติดตามความคืบหน้าเป็นระยะ
- ที่สำคัญ! ขอบเขตงานต้องเปะ บริษัทจะได้ตีราคาได้แม่นยำ
- อยากให้พิจารณาที่บริการหลังการขายเป็นพิเศษ
สรุป
คงจะเห็นภาพรวมแล้วว่า “ทำไมผมถึงเชียร์ให้ใช้ WordPress” เพราะมันใช้ง่าย ดูแลง่าย คนที่ไม่รู้โค้ดก็ทำได้ พัฒนาต่อยอดได้ไม่จำกัด แต่สิ่งที่ผมชอบมากที่สุด คือ ความยืดหยุ่น เราสามารถประยุกต์ทำเว็บไซต์ได้ทุกรูปแบบ แม้กระทั้งเว็บไซต์ดังๆ ก็ยังใช้งาน WordPress ฉะนั้น ลองดูไม่เสียหายครับ อาจจะติดใจแทนก็เป็นได้ครับ