WordPress hosting คืออะไร
WordPress Hosting คือ พื้นที่สำหรับเก็บข้อมูลของเว็บไซต์ เป็นโฮสติ้งที่ถูกตั้งค่ามาให้รองรับ WordPress ได้แบบไร้รอยต่อ มีการปรับจูนการ Query ข้อมูลให้เร็วขึ้น เสถียร ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ รองรับการอัพเดตเวอร์ชั่นต่างๆ
รองรับ PHP รุ่นใหม่ๆ รวมถึงสามารถติดตั้ง WordPress แบบ One-Click Installation หรือ ติดตั้งผ่าน Control Panel รองรับ Let’s Encrypt SSL เพื่อให้เว็บไซต์ปลอดภัยมากขึ้น
WordPress มี 2 แบบครับ มี .com กับ .org ถ้าเป็น .org ที่นิยมใช้จำเป็นต้องมี Hosting ของเราเองครับ แต่ถ้าเป็น .com ไม่ต้องเช่าโฮสแยก แต่ต้องซื้อแพคเกจเว็บแทนครับ : WordPress.org กับ WordPress.com ต่างกันอย่างไร?
วิธีเลือก WordPress Hosting
วิธีเลือก WordPress Hosting มีหลายประเด็นที่ต้องดูครับ แต่เพื่อให้เพื่อนๆ เข้าใจได้ง่าย ผมขอแยกเป็น 2 ประเด็นหลัก คือ 1.ภาพรวม 2.วิธีเลือกสเปคให้เหมาะกับเว็บไซต์
1.ภาพรวม
- เรื่อง ประสิทธิภาพในภาพรวม (Performance) : เรื่องนี้อาจจะวัดยาก แต่ให้ดูที่ Uptime 99.9% ส่วนเรื่อง Speed อาจจะมีปัจจัยอื่นเกี่ยวข้องด้วย แนะนำให้หารีวิวมาอ่านเพิ่มเติม (แต่ถ้าเลือกตามที่ผมแนะนำ ถือว่าผมกรองให้ละ และผมใช้เองอยู่ ถึงกล้าแนะนำครับ)
- เรื่องการดูแลหลังการขาย (Customer Support) : ให้เลือกบริษัทที่ให้บริการ 24ชั่วโมง จริงๆ บางบริษัท 24แบบปลอมๆ เวลามีปัญหาจะได้แก้ไขทันท่วงทีคัรบ
- เรื่องความปลอดภัย (Security) : มีระบบป้องกันการโจมตี ป้องกัน DDoS มี SSL ฟรี ให้ใช้
- การอัพเกรดในอนาคต (Upgrade) : ช่วงแรกเราไม่รู้ว่าเว็บเราจะโตแค่ไหน อาจจะซื้อแพคเกจเล็กๆ ไปก่อน แต่เมื่อเราต้องการขยาย ต้องสามารถขยายแพคเกจได้ง่ายๆ
- อ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริง ในโซเชียล : ลองเข้าไปสุ่มในกลุ่มคนใช้ WordPress ลองค้นหาเกี่ยวกับโฮสติ้งนั้นๆ ว่ามีคนรีวิวเยอะแค่ไหน ด้านบวกหรือด้านลบ
- รองรับ PHP เวอร์ชั่นล่าสุด : WordPress มีการปรับโค้ด PHP ของ Core ตลอด ฉะนั้นเราต้องเลือกโฮสติ้งที่รองรับการปรับค่าเวอร์ชั่นของ PHP ด้วยครับ
- มี Controlpanel ให้เราใช้ : ปกติแล้วโฮสติ้งทั่วไปจะใช้ Panel ของ Direct Admin หรือ Plesk แต่ก็มีบางโฮสติ้งที่มีระบบ Control Panel ของตัวเอง
- การสำรองข้อมูล (BackUP) : ต้องมีการ BackUp ให้เราฟรีทุกวัน ย้ำว่าต้องทุกวัน
- อ่านสเปคให้เป็น : หลักๆ ก็จะมี Disk space (ความจุ) , ติดตั้งได้กี่ Domain , ระบบฐานข้อมูล สร้างได้กี่ตัว , Data transfer (Bandwidth) , Inode (จำนวนไฟล์ทั้งหมด)
2.วิธีเลือกสเปคให้เหมาะกับเว็บไซต์
จริงๆ แล้ว ประเภทของโฮสติ้งมีหลายแบบครับ เช่น Share Hosting, WordPress Hosting, VPS, Cloud, Dedicated Server แต่เพื่อให้ง่ายในการเข้าใจสำหรับมือใหม่ ผมขอแบ่งตามขนาดของเว็บไซต์เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และกลางใหญ่
ในตลาด ถ้าเป็น Web Hosting ทั่วไป ส่วนใหญ่รองรับ WordPress หมดแล้ว แต่ก็จะมีแพคเกจ WordPress Hosting โดยเฉพาะ ที่เค้าปรับจูนมาให้รองรับกับ WordPress โดยเฉพาะ ประสิทธิภาพจะดีกว่าโฮสทั่วไป
- เว็บ WordPress ขนาดเล็ก : เว็บบริษัท 1-5หน้า ข้อมูลทั่วไป แนะนำให้เลือกแพคเกจราคาอยู่ช่วงระหว่าง 690-1,490 หรือ พื้นที่ความจุประมาณ 4GB ถึง 16GB ถือว่าเพียงพอครับ
- เว็บ WordPress ขนาดกลาง : เว็บที่มีจำนวนหน้าหลายสิบหน้า หรือมีสินค้าเยอะ แนะนำแพคเกจราคา 1,990-5,000 หรือ ควาสมจุประมาณ 16GB-64GB
- เว็บ WordPress ขนาดใหญ่ : แนะนำความจุที่ 40GB ขึ้นไป และบางเว็บอาจจะต้องใช้โฮสแบบ Cloud
ที่เช่า WordPress Hosting แนะนำที่ไหนดี
จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเคยใช้มาแล้วหลายโฮสติ้ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งในไทยและต่างประเทศ เจอทั้งโฮสที่ดีๆ และแย่ๆ ซึ่งแต่ละที่มีข้อดีและข้อเสียต่างกัน บางที่มีปัญหาเรื่อง Permission ทำให้อัพเดตปลั๊กอินไม่ได้ บางที่หน่วงช้า บางที่ซัพพอร์ตหลังการขายไม่ดี
เอาเป็นว่าผมจะสรุปให้เพื่อนๆ เล่ยละกันครับ ว่าแนะนำที่ไหนบ้าง จากที่ลองผิดลองถูกมาเยอะ เพื่อนๆ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเสียสุขภาพจิต^^
1. โฮสติ้งไทย
1.1) Hostatom

Hostatom ผมให้เป็นลำดับแรกๆ ของโฮสไทยตอนนี้ เพราะลองใช้มาหลายที่ละ โฮสอะตอมรู้สึกว่าคุณภาพดี เว็บโหลดเร็ว ในราคาหลักร้อย หลักพัน เวลามีปัญหา ทางเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำได้ดี แก้ปัญหาให้เราได้ และที่สำคัญสามารถติดต่อ 24 ชั่วโมงของจริงๆ
1.2) Bangmod

บางมด เป็นบริษัทโฮสติ้งไทย ที่มีคุณภาพ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 มั่นใจในความสามารถของทีมงาน สำหรับ WordPress Hosting ของบางมดมีการเก็บข้อมูลใน NVMe SSD ที่เร็วกว่า SATA SSD ทั่วไปกว่า 10 เท่า! พร้อมบริการป้องกันและแก้ไข Malware! และที่สำคัญ มีแถมฟรี Elementor PRO ด้วยครับ
1.3) Ruk-Com

รักคอม มีทีมงานที่มีความสามารถและประสบการณ์เฉพาะทาง สแกนไวรัสทุกวันด้วย imunify360 มีสำรองข้อมูลทุกวัน Support ดูแล 24ชั่วโมง มีโฮสติ้งหลากหลายให้เลือก และยังมีบริการอื่นๆ ด้วย เช่น บริการแก้ไวรัส ปรับความเร็วเว็บ
2. WordPress โฮสติ้งต่างประเทศ
WordPress โฮสติ้งต่างประเทศ มีผู้ให้บริการเยอะมากๆ มีทั้งดีและไม่ดี แพงและไม่แพง ซึ่งจากที่ลองด้วยตัวเอง ผมเลือก 2 เจ้า ที่เป็นมิตรกับ WordPress เค้าออกแบบ Control Panel ของตัวเอง ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน และยังมี Plugin แคชของตัวเอง บ่งบอกว่าบริษัทเค้าใหญ่จริง
2.1) Siteground

Siteground เป็นโฮสที่คุณภาพดี ทั้งในเรื่อง Performance ของ Speed, เรื่อง Security, มีระบบ Staging environment และที่สำคัญมีระบบ Chat real-time สามารถตอบปัญหาเราได้ 24 ชั่วโมง ส่วนตัวผมใช้เองมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่ยุคเก่าที่ใช้ cPanel จนปัจจุบันใช้ Panel ที่ Siteground พัฒนาขึ้นมาเอง ออกแบบ UX/UI ของระบบให้ใช้งานง่าย มีปลั๊กอิน WordPress เกี่ยวกับ Speed และ Security ให้เราใช้งานฟรีๆ
สิ่งที่ชอบอีกอย่างคือ เค้าลดราคา 88% ในปีแรก จ่ายแค่ 1.99$ ต่อเดือน คุณภาพเท่าเดิมทุกอย่าง ซึ่งเหมาะมากสำหรับคนที่อยากลองในปีแรก

2.2) Cloudways

Cloudways เป็นโฮสติ้งประเภท Managed Cloud หรืออธิบายง่ายๆ คือ Cloudways เหมือนเป็นจัดการ แล้วเราสามารถเลือกคลาวด์ดังๆ ได้ เช่น DigitalOcean, Vultr, Linode, Amazon Web Services (AWS) และ Google Cloud Platform (GCP) ปกติแล้วคลาวด์จะใช้งานยาก แต่ Cloudways ทำระบบ Panel ให้เราสามารถจัดการได้ง่ายๆ โดยเฉพาะกับ WordPress มี Support สามารถ Chat 24 ชั่วโมง ได้เช่นกัน
วิธีเช่าโฮสติ้ง WordPress แบบละเอียด
วิธีเช่า WordPress Hosting ทั้งในไทยและต่างประเทศ ค่อนข้างจะคล้ายกัน อาจจะต่างตรงที่ บางเจ้าอาจจะมีตัวเลือกเสริมให้เราเลือก Control Panel ( ตัวอย่าง Direct admin, Plesk, cPanel) หรือเลือกบริการเสริม เช่น BackUp, สแกนไวรัส เป็นต้น แต่โดยภาพรวมไม่ต่างกัน
ตัวอย่างวิธีเช่าโฮสติ้งที่ผมจะสอน ผมขอเลือกเป็น Siteground เป็นตัวอย่าง เนื่องจากผมใช้ประจำและใช้กับเว็บตัวเองเยอะ บวกกับปีแรก มันลดให้เราตั้ง 83% เหมาะแก่การทดลองใช้โฮสคุณภาพ ลองเล่นเว็บ teeneeweb.com ดูครับ ลื่นปรื้ดๆ
- คลิกเข้าเว็บไซต์ Siteground
- ขั้นตอนที่ 1 : เลือกแพคเกจที่ต้องการ ถ้าเว็บไซต์ขนาดเล็กให้เลือก StartUp ก่อนได้เลยครับ สามารถอัพเกรดในอนาคต

- ขั้นตอนที่ 2 :
- 2.1 : เลือกโดเมนว่า จะจดโดเมนใหม่ที่นี่เลย (New Domain) หรือ กรอกโดเมนที่เคยจดไว้แล้วที่อื่น (Existing Domain)
- 2.2 : กรอกชื่อโดเมนของเรา
- 2.3 : กดปุ่ม CONTINUE

- ขั้นตอนที่ 3 :
- กรอกข้อมูลสมาชิก
- กรอกข้อมูลส่วนตัว
- กรอกเลขบัตร เดบิต/เครดิต หรือบัตรอะไรก็ได้ที่มี Visa/Master Card มีเลข CVV
- ตรง Purchase information ให้เลือก Data Center ที่ Asia, Singapore
- และตรง Extra Services ยังไม่ต้องเลือกก่อนก้ได้ครับ
- และกดยอมรับ กด PAY NOW

สิ่งที่ควรระวังในการเลือก Hosting (เล่าจากประสบการ์ณ)
อย่าเลือกโฮสติ้งที่ถูกมากๆ : เช่น ราคา100-300 บาท เพราะคุณภาพที่ได้ก็น่าจะตามราคา อาจจะมีความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยที่ไม่ดี
เรื่อง Permission : บางโฮสติ้งที่ผมเคยเจอ มักจะมีปัญหาเรื่อง Permission ซึ่งมันจะมีปัญหาให้เราเห็นเมื่อเราจะอัพเดต WordPress, Plugin ทำให้อัพเดตไม่ผ่าน
ไม่มี BackUp รายวัน : เรื่องการสำรองเว็บ อันนี้สำคัญมาก ถ้าไม่ได้มีสำรองทุกวัน ถ้าเกิดมีปัญหาขึ้นมา อาจจะต้องย้อนไปไกลถึง 7 วัน บางที่ 30วัน
ทีม Support : อันนี้สำคัญมากสำหรับผม เพราะเวลามีปัญหา จะได้แก้ปัญหาทันท่วงที
อ่านเพิ่มเติมแบบละเอียด : WordPress.org กับ WordPress.com ต่างกันอย่างไร?
- บทเรียนถัดไป : วิธีเชื่อม Domain กับ Hosting
- บทเรียนก่อนหน้า : วิธีจดโดเมน ขั้นตอนจดโดเมน แบบละเอียด

อยากมีเว็บไซต์ แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง?
หากเพื่อนๆ ลองทำตามแล้วติดขัด อยากปรึกษาผม หรืออยากให้ผมทำเว็บไซต์ WordPress ให้ สอบถามเข้ามาได้ครับ ยินดีให้คำปรึกษาครับ
