7 วิธี “เช็คระยะ” ดูแลเว็บไซต์ WordPress ต้องทำอะไรบ้าง

วิธี "เช็คระยะ" ดูแลเว็บไซต์ WordPress ต้องทำอะไรบ้าง

เว็บไซต์ก็เหมือนรถยนต์ ตรงที่ เราต้องคอยเช็คคอยดูแล เพื่อให้ระบบยังคงใช้งานได้ดี เสถียร 100% ไม่พัง ไม่ล่ม หลายคนเข้าใจผิดว่า จ้างทำเว็บไซต์ WordPress ไปแล้ว เค้าทำมาอย่างดี ทำไมยังต้องเสียเวลาดูแลอีก ในเมื่อจ้างมาก็แพงแล้ว จริงๆ แล้วการดูแลเว็บไซต์ WordPress สำคัญยิ่งกว่าครับ

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า เทคโนโลยีมีการพัฒนาตลอดเวลา ภาษาที่รันอยู่เบื้องหลังของ WordPress คือ PHP ซึ่งเจ้า PHP จะมีการออกเวอร์ชั่นใหม่เป็นระยะ ระบบ WordPress, Plugin และ theme ก็ต้องอัพเกรดตัวเองให้รองรับกับ PHP เวอร์ชั่นใหม่ตามไปด้วย ทุกครั้งที่มีเวอร์ชั่นใหม่ขอให้เข้าใจเลยว่า มันจะมีลูกเล่นใหม่ๆ ปรับปรุงแก้ไขปัญหาเดิม ปรับปรุง Speed ให้โหลดไวขึ้น เพื่อให้รองรับ PHP รุ่นใหม่ และที่สำคัญอัพเดตระบบความปลอดภัย

ในบทความนี้ผมได้สรุป 7 สิ่งที่ต้องทำ หากต้องการดูแลเว็บไซต์ WordPress ให้ทำงานได้แบบ 100% ยืนระยะได้นานเท่านาน

1. อัพเดต WordPress และ Plugin ให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ตลอดเวลา

WordPress และ Plugin จะมีเวอร์ชั่นใหม่ๆ ออกมาเป็นระยะ โดยที่ทุกครั้งที่ออกมาใหม่ มักจะเป็นการเติมฟีเจอร์ลูกเล่นใหม่ๆ ปรับปรุงของเดิมให้ดียิ่งขึ้น ให้ทันสมัย และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องความปลอดภัย

เมื่อเวอร์ชั่นใหม่ออกมา ให้รีบอัพเดต WordPress และ Plugin ทันที เพื่อให้เว็บไซต์ WordPress ของเรายังคงปลอดภัย และเสถียรตลอดเวลา

ข้อนี้ถือเป็นท่าเบสิคของการดูแลเว็บไซต์ WordPress

แต่ช้าก่อน…

ก่อนที่จะกดอัพเดต ผมแนะนำให้อ่านบทความ 5 สิ่งที่ต้องทำ ก่อนที่จะอัพเดต WordPress เพื่อให้มั่นใจว่าหลังอัพเดตแล้ว เว็บไซต์ไม่พัง

2. BackUp WordPress ทุกครั้ง ที่มีการเปลี่ยนแปลง

ปกติแล้วหลังจากที่ผมส่งมอบงานทำเว็บไซต์ WordPress ให้ลูกค้า ผมจะแจ้งลูกค้าทุกครั้งว่า ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง ต้องกด BackUp ทุกครั้ง เพราะเมื่อไหร่ที่เว็บไซต์เกิดพังขึ้นมา เอายังอุ่นใจได้เพราะมีสำรองเก็บไว้

แล้วตั้ง BackUp WordPress อัตโนมัติไม่ได้รึ? คำตอบคือได้ครับ แต่…

ถ้าไม่ตามไปลบไฟล์สำรองเก่าๆ พื้นที่โฮสติ้งเต็มแน่นอน ควรเก็บไว้ไม่เกิน 1-3 การสำรอง

แล้วมีแนวทางอื่นๆ อีกไหม? มีครับ

หากเราใช้ WordPress Hosting ที่มีคุณภาพ มันจะมีระบบ Auto Backup ให้เราทุกวัน โดยที่เราไม่ต้องไปกด และที่สำคัญมันจะไม่กินพื้นที่ของโฮสติ้งอีกต่างหาก ผมอยากให้เพื่อนๆ ไปอ่านบทความที่ผมเคยเขียนไว้แบบละเอียดมากๆ เกี่ยวกับวิธีเลือกโฮสติ้งที่รู้ใจ WordPress ลองตามไปอ่านกันได้เลยครับ

3. มอนิเตอร์ ดูแลเว็บไซต์ WordPress ผ่าน Google Search Console

Google Search Console คือ เครื่องมือฟรีจาก Google ที่ทำมาเพื่อให้เราเช็คสถานะ สถิติเชิงเทคนิคของเว็บไซต์ได้ง่ายๆ เช่น อัตราการคลิก การแสดงผล อันเฉลี่ยของแต่ละ Keyword และยังมีข้อมูลเชิงเทคนิคคอยแจ้งให้เราทราบ เช่น ปัญหาการแสดงผลต่างๆ ปัญหาด้านความปลอดภัย เป็นต้น

ดูแลเว็บไซต์ WordPress ผ่าน Google Search Console
Google Search Console

สำหรับลูกค้าที่มาจ้างทีมผม ทำเว็บไซต์ด้วย WordPress ผมจะเชื่อมต่อเว็บไซต์กับ Google Search Console ให้เลย เพราะถ้าไม่ทำให้ ลูกค้ามักจะไม่ทราบว่า ต้องเชื่อม

และอีกขั้นตอนที่สำคัญของการทำเว็บไซต์ คือ การอัพ Sitemap ของเว็บไซต์เข้าไปใน Search Console เพื่อสั่งให้ Google มา Index หรือ จัดอันดับเว็บไซต์ของเรา ได้ไวขึ้นนั่นเองครับ

ถ้าไม่ว่างดูแลเอง ผมแนะนำให้จ้างคนที่รับดูแลเว็บไซต์ WordPress โดยตรง

4. หมั่นเช็คเรื่องความปลอดภัย

เว็บไซต์ต่อให้สวยแค่ไหน ถ้าโดนมัลแวร์หรือไวรัส ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดีถูกไหมครับ เรื่องความปลอดภัย เป็นเรื่องที่ผมให้คำแนะนำกับลูกค้าอยู่บ่อยครั้ง ว่าไม่ควรละเลย

ผมเคยเขียนบทความ WordPress โดนแฮก แก้อย่างไร พร้อม 9 วิธีป้องกัน ลองทำตามดูได้เลยครับ

แต่เรื่องหนึ่งที่คนเรามักจะพลาดบ่อยครั้งคือ ตั้งรหัสผ่านที่ง่ายเกินไป ผมแนะนำว่าตั้งรหัสที่แม้ตัวเราก็ยังจำไม่ได้ ก็จะยิ่งดีมากครับ

หมั่นทำตามข้อที่ 1,2 ด้านบนครับ และ แสกนไวรัสด้วยปลั๊กอิน WordFence เป็นช่วงๆ เช่น เดือนละครั้งสองครั้ง ก็จะดีมากครับ

5. ปรับปรุง ปรุงแต่ง SEO

จ้างทำเว็บแพงๆ ไม่ได้ติดหน้าแรกทันทีเลยหรอ? ตอบสั้นๆ ว่า ไม่ครับ เพราะอะไรละ

การที่เว็บไซต์จะติดหน้าแรกได้ มีหลายปัจจัยเลยครับ แต่ที่แน่ๆ คือ ถ้าเราอยากติดหน้า 1 อันดับ 1 แสดงว่าเว็บไซต์ของเราต้องดีกว่าคู่แข่งในทุกด้าน โดยเฉพาะ Content ในเว็บ ถ้าใส่ข้อมูลแบบจับใส่ผ่านๆ โดยไม่สนใจว่าคนอ่านจะเข้าใจไหม ก็อย่าหวังเลยครับว่าจะติด

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไปครับ เพราะทุกอย่างมันมีหลักการของมัน

เราสามารถ ติดหน้าแรก Google ฟรี แบบที่เราทำเองได้ครับ แค่อาศัยความพยายามนิดหน่อยครับ สิ่งสำคัญคือ ความสม่ำเสมอ เราต้องคอยเข้ามาเช็ค ปรับปรุง ปรงุแต่งข้อมูลให้ดียิ่งขึ้นตลอดเวลา ปรับเนื้อหาให้เข้ากับ Keyword เป้าหมาย แค่นี้ก็มีโอกาสติดแล้วครับ

6. หมั่นตรวจเช็คข้อมูลที่ไม่จำเป็น

พอเราเปิดใช้งานเว็บไซต์ซักระยะนึง เราจะเห็นว่า หลังบ้านเว็บไซต์เริ่มบวมขึ้น อาจจะเกิดจาก เราอัพรูปภาพไป ใช้บ้าง ไม่ใช้บ้าง ลงปลั๊กอินที่ไม่ได้เปิดใช้ด้วยซ้ำ มีความคิดเห็นขยะเข้ามาเยอะ

หรือ บางเคสที่ผมเจอ มีคนแอบแฮกเข้ามาสร้าง User ในเว็บไซต์เรา เพื่อหวังผลอะไรบางอย่าง

ถ้าเจอลักษณะนี้ ควรรีบแจ้งคนดูแลเว็บไซต์ของท่าน ให้จัดการให้เร็วที่สุดครับ พยายามทำให้เว็บไซต์เบาที่สุด และที่สำคัญอย่าลืม Backup ทุกครั้งนะครับ

7. ใช้โฮสติ้งที่รู้ใจ WordPress

มีเหตุผลมากมายในการเลือกโฮสติ้ง แต่ผมจะบอกให้ว่า ถ้าเลือกโฮสติ้งที่ไม่ดี จะมีผลอย่างไรบ้างกับเว็บไซต์ ผมขอเล่าจากประสบการณ์ที่ผมเคยเจอละกันครับ

เคสที่ผมเจอจากการที่เลือกโฮสติ้งที่ไม่ดี เช่น เว็บไซต์ล่มเป็นระยะ, โดนไวรัสง่ายมาก, อัพเดตปลั๊กอินไม่ได้, ไม่มีระบบสำรองข้อมูล

ฉะนั้นแล้ว เมื่อเราใช้ WordPress เราก็ต้องเลือกใช้ Hosting ที่รู้ใจ WordPress ที่สุด ใช้แล้วเสถียร ไม่มีปัญหาที่ผมบอกด้านบน

วิธีเลือกโฮสติ้งที่รู้ใจ WordPress ผมแนะนำไว้แบบหมดเปลือก รวมถึงโฮสติ้งที่ผมใช้อยู่ ใช้แล้วดีจึงมาบอกต่อให้เพื่อนๆ ครับ

สรุป

วิธี “เช็คระยะ” ดูแลเว็บไซต์ WordPress ไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ ไม่ใช่คนทำเว็บก็ดูแลเว็บด้วยตัวเองได้ครับ ผมได้สรุป 7 สิ่งที่ต้องทำ หากต้องการให้เว็บไซต์ WordPress ทำงานได้แบบ 100% ยืนระยะได้นานเท่านาน

เพราะเว็บไซต์ก็เหมือนรถยนต์ ต้องคอยเช็คคอยดูแล เพื่อให้ระบบยังคงใช้งานได้ดี เสถียร 100%


teeneeweb มีบริการรับดูแลเว็บไซต์ WordPress สอบถามเข้ามาได้ครับ ปรึกษาฟรี

หากชอบบทความแนวนี้ สาระแบบนี้ ฝากกดไลค์ กดแชร์ด้วยคร้าบบ