5 To-do List เว็บไซต์ WordPress ที่ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นในปี 2023

5 To-do List เว็บไซต์ WordPress ที่ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นในปี 2023

เรามาเริ่มต้นปี 2023 ด้วยการปรับปรุงเว็บไซต์ WordPress ของเราให้ดีขึ้น เพราะเว็บไซต์ที่ดีที่สุดไม่มีอยู่จริง เราต้องปรับปรุงไปเรื่อยๆ ให้ดีขึ้นในทุกๆ ปี สิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุดในปีที่แล้ว พอมาในปีนี้มันอาจจะล้าสมัยไปแล้วก็ได้ ฉะนั้นทุกๆ ปี เราต้องมานั่งรีเช็คกันใหม่ เพื่อให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ WordPress ของเรายังคงทันสมัยอยู่

ผมได้ยก 5 To-do List เว็บไซต์ WordPress ที่ผมคิดว่าควรทำในปีนี้ ถ้าบางข้อเพื่อนๆ ได้ทำไปแล้วก็เว้นไปครับ บางข้อก็จะเป็นการตั้งค่าเชิงเทคนิค อาจจะให้คนที่รับทำเว็บไซต์ WordPress ช่วยทำได้ครับ

5 To do list เว็บไซต์ WordPress ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นในปี 2023

1. อัพเกรดเวอร์ชั่นของ PHP

1. อัพเกรดเวอร์ชั่นของ PHP
1. อัพเกรดเวอร์ชั่นของ PHP

PHP คือ ภาษาโปรแกรมที่ทำงานอยู่เบื้องหลังของเว็บไซต์ ค่อยเชื่อมต่อระหว่างหน้าเว็บกับฐานข้อมูล ซึ่งปกติแล้วจะมีการอัพเดตเวอร์ชั่น หรือ ปรับปรุงให้ดีขึ้น แล้วทำไมต้องอัพเดต? ใช้เวอร์ชั้่นเก่าไม่ได้หรอ?

เหตุผลที่ต้องอัพเกรดเวอร์ชั่นของ PHP เพื่อให้เว็บไซต์มีความปลอดภัย ทุกครั้งที่มีการออกรุ่นใหม่ จะปรับปรุงในแง่ของความปลอดภัยเสมอ ฉะนั้นถ้าไม่อยากให้เว็บไซต์โดนแฮกง่ายๆ ก็ควรอัพเกรดด่วน

เพื่อให้เว็บไซต์โหลดเร็วขึ้น แต่ละเวอร์ชั่นของ PHP ทุกครั้งที่ออกมาใหม่ จะเร็วกว่าเดิมทุกครั้ง เพื่อให้เห็นภาพ ให้ดูภาพด้านล่างครับ ตั้งแต่ 7.2 ถึง 8.1

ขอบคุณภาพจาก : https://kinsta.com/blog/php-benchmarks/

Tips

ปัจจุบัน WordPress กำหนดต้องใช้ PHP version 7.4 เป็นอย่างต่ำ แต่ถ้าจะให้ดี แนะนำให้ใช้ 8.1 เลยครับ ถ้า Hosting ที่ใช้อยู่มีต่ำกว่า 7.4 แนะนำให้ย้ายดีกว่าครับ WordPress Hosting แนะนำ

2. แปลงภาพจาก JPG, PNG เป็น WebP

สกุลภาพ WebP
สกุลภาพ WebP

WebP คือ สกุลของรูปภาพแบบใหม่ พัฒนาโดย Google ตั้งแต่ปี 2010 เป็นมาตรฐานใหม่ที่ทางกูเกิลพยายามพลักดันให้เกิด มันรองรับภาพแบบโปร่งเหมือน PNG โดยที่ WebP เบากว่า PNG 26% และเบากว่า Jpg 25-34% ถึงจะเบากว่าแต่ไม่ได้เสียคุณภาพแต่อย่างใด

การแปลงภาพเป็นสกุล WebP ช่วยให้เว็บไซต์โหลดเร็วขึ้นครับ

WordPress รุ่นล่าสุดก็รองรับการแสดงผลสกุล WebP แล้วครับ ส่วนเรื่องการแปลงจากจาก PNG, JPG เป็น Webp สามารถแปลงได้ 2 วิธี

  • แปลงด้วยตัวเองทีละภาพ ผ่านเว็บไซต์แปลงภาพ เช่น Convertio.co
  • กรณีภาพเยอะๆ คงแปลงทีละภาพไม่ไหว ต้องใช้ Plugin ครับ ผมใช้ Shortpixel

3. เน้นประสบการณ์การใช้งาน

ประสบการณ์การใช้งาน (UX) หรือ Page Experience
Page Experience

การทำเว็บไซต์ในปัจจุบัน จะเน้นความสวยงามอย่างเดียวไม่ได้ หรือ เน้นแต่ Content อย่างเดียว ก็ไม่ถูกต้อง เว็บไซต์ต้องใช้งานง่าย หาอะไรก็เจอ ดีไซน์เฟรนด์ลี่ สปีดโหลดไว

ถ้าเปิดดูใน Google Search Console จะเป็บแท็บ Experience แยกออกมาต่างหาก บ่งบอกว่า Google เน้นย้ำเรื่องนี้มากๆ ส่งผลโดยตรงกับตำแหน่ง SEO บนการค้นหา

4. ลองใช้ Block Editor

Block Editor
ตัวอย่างหน้าตา Block Editor

Block Editor เปิดใช้ครั้งแรกใน WordPress 5.0 เป็นต้นไป เมื่อปลายปี 2018 ช่วงแรกๆ อาจจะมีบัคหรือมีปัญหาเยอะพอสมควร แต่ตอนนี้ผ่านมา 4 ปี กว่าๆ ดีขึ้นเยอะมาก มีฟีเจอร์เพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ รวมถึงมี Plugin Block เพิ่มลูกเล่น ให้เราเลือกใช้ทั้งของฟรีและเสียเงิน

ส่วนตัวผมทิ้ง Plugin Page Builder อย่าง Elementor, Visual Composer มาใช้ Block Editor เต็มตัวมานานละ รู้สึกว่ามันใช้งานง่ายดีและไม่หนัก และอนาคตทาง WordPress น่าจะผลักดันให้เราใช้งาน Block Editor มากขึ้น

ตัวอย่างการปรับแต่ง Block Editor ใน WordPress
ตัวอย่างการปรับแต่ง Block

Widget แต่ละตัวเรียกว่า Block เช่น จะมี Block ที่ชื่อ Image, Heading, Columns, Rows, Grid เป็นต้น ก็สามารถหยิบจับบล็อคที่ต้องการไปใส่

5. อัพเดต WordPress, Plugin และ Theme

วิธีอัพเดต Plugins
วิธีอัพเดต Plugins

WordPress core, Plugin และ Theme ปกติแล้วจะมีเวอร์ชั่นใหม่ออกมาตลอด ซึ่งแต่ละครั้งที่มีเวอร์ชั่นใหม่ ก็จะมาพร้อมการปรับปรุงหลายเรื่อง เช่น เรื่องความปลอดภัย, ความเร็วในการโหลด, ฟีเจอร์ลูกเล่นใหม่ๆ

สำหรับคนที่เข้าหลังบ้านเว็บบ่อยๆ คงไม่มีปัญหา น่าจะเห็นและกดอัพเดต แต่สำหรับเพื่อนๆ ที่เข้าหลังบ้านนานๆ ที หรือ ปีละครั้ง ถ้าทิ้งช่วงห่างเกินไป ก็อาจจะมีปัญหาในอนาคตได้ครับ เช่น บางเว็บโดนไวรัสเพราะไม่ได้อัพเดตเลย หรือทิ้งช่วงนานหลายปี อัพเดตทีมีพัง

ฉะนั้นแล้ว ผมคิดว่าอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ลองเข้าดูระบบหลังบ้าน WordPress ว่ามีอะไรให้กดอัพเดตบ้าง เช่น WordPress, Plugin, Theme แต่ก่อนที่จะกดอัพเดตผมแนะนำให้กด BackUP WordPress ก่อนครับ เผื่อกดแล้วพังจะได้ย้อนกลับมาได้

หรือถ้าไม่มีความรู้ด้านเทคนิคเลย ไม่กล้ากดอัพเดตเอง ผมแนะนำให้หาผู้เชี่ยวชาญ หรือ คนที่รับดูแลเว็บไซต์ WordPress ทำให้ก็ได้ครับ น่าจะปลอดภัยกว่า

Tips

บางเว็บไซต์ มีใช้ Plugin ตัว Premium (PRO) ซึ่งจะกดอัพเดตตรงๆ ไม่ได้ ต้องเช็คว่า Plugin ตัวนั้นเราซื้อเอง หรือให้คนทำเว็บซื้อให้ อาจจะต้องต่ออายุปลั๊กอินเพื่ออัพเดตเวอร์ชั่น

สรุป

ผมได้สรุป 5 To-do List เว็บไซต์ WordPress ที่ต้องปรับปรุงอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้เว็บไซต์ไม่ล้าสมัยจนเกินไป มีความปลอดภัย เพิ่มความสดใหม่ให้กับเว็บไซต์ โดยเฉพาะการอัพเดต WordPress core, Plugin และ Theme ที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ