5 ข้อผิดพลาด ที่อาจทำให้ เว็บไซต์ WordPress โดนแฮก

5 ข้อผิดพลาด ที่อาจทำให้ เว็บไซต์ WordPress โดนแฮก
สรุปเนื้อหาด้วย AI

ปัจจุบัน CMS ที่ชื่อ WordPress ได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งในไทยและทั่วโลก ถ้าคิดเป็นตัวเลข เทียบกับทุกเครื่องมือทำเว็บ WordPress ครองส่วนแบ่งมากถึง 43.6% และถ้าเทียบในบรรดา CMS ด้วยกัน มากถึง 62% ด้วยความที่คนใช้เยอะขนาดนี้ ทำให้เป็นที่จับตามองต่อเหล่า Hacker ทั่วโลก การปล่อยให้เว็บไซต์ WordPress ของเรามีช่องโหว่ๆ เล็กๆ น้อยๆ อาจจะทำให้ เว็บไซต์ WordPress โดนแฮก

จริงๆ เพลตฟอร์ม WordPress เองมีความปลอดภัยมากๆ ครับ ผมยืนยันได้ เว็บไซต์ของผมเองทำมามากกว่า 7 ปี ก็ยังไม่เคยโดนแฮก ส่วนใหญ่ที่โดน เพราะมาจากการที่เจ้าของไม่ค่อยดูแลอย่างถูกต้องมากกว่า

ในบทความนี้ผมจะมาบอกให้รู้ว่า 5 ข้อผิดพลาด ที่ผมเจอกับตัวเองบ่อยๆ จากการที่ลูกค้ามาจ้างให้ผมแก้ไข WordPress โดน redirect, WordPress โดน Malware หรือ โดนแฮก

1. ไม่อัพเดตระบบมานานมาก

WordPress ผมมองว่าเหมือนรถยนต์เลย หากเราไม่เช็คระยะ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เช็คอุปกรณ์ต่างๆ สม่ำเสมอ รถยนต์อาจจะเสียเร็วขึ้นกว่าเดิม เว็บไซต์ก็เหมือนกัน เทคโนโลยีมีการอัพเดตตลอด ภาษาโปรแกรมปรับปรุงตัวเองอยู่เรื่อยมา ตัว Core WordPress และ Plugin ก็พัฒนาตัวเองเรื่อยๆ

เวอร์ชั่นของ WordPress
เวอร์ชั่นของ WordPress

หากเราไม่อัพเดตตาม ทำให้ภาษาโปรแกรม ฟังก์ชันการใช้งาน โมดูลต่างๆ ล้าหลังไปเรื่อยๆ บางเว็บที่ผมเจอ ไม่ได้อัพเดตมา 2-3ปี พออัพเดตที เว็บไซต์พังไปเลย เพราะมันตีกันกับปลั๊กอินบางตัว หรือ ธีมที่เราใช้ และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ WordPress โดนแฮก

เพราะฉะนั้นอย่าลืมเข้ามา เช็คระยะ WordPress กันบ้าง อย่างน้อย 3-6เดือน/ครั้ง

2. ตั้งรหัสผ่านที่เดาง่าย

เลิกได้แล้วนะ ตั้งรหัสผ่านแบบ 12345, admin หรืออะไรก็ตามที่คนทั่วๆ ไปเดากันง่ายๆ แบบนี้พวกบอตเดาแบบเดียวรู้แล้ว เป็นจุดนึงที่คนไทยมักจะมองข้ามไปเยอะ เพราะถ้าตั้งยากก็กลัวจะจำไม่ได้ใช่ไหมครับ ทำให้บางคนตั้งเหมือนกันหมด

รหัสผ่านที่เดาง่าย จำง่าย
รหัสผ่านที่เดาง่าย จำง่าย

รหัสผ่านควรตั้งให้ยากที่สุดครับ ซับซ้อนที่สุด จนเราเองก็จำไม่ได้ อ่าว!!! ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวนี้เบราเซอร์มีระบบ Password manager กันหมดแล้วครับ มันจำแทนเราได้เลย

ขอย้ำอีกครั้งว่า อย่าพยายามตั้งรหัสผ่านที่เดาง่าย หรือ จำง่ายๆ เอาให้แบบเราเองก็จำไม่ได้

3. ใช้ PHP เวอร์ชั่นเก่า

อย่างที่ทราบกัน WordPress ใช้ภาษา PHP มันตัวเขียนระบบหลัก ซึ่งตัว PHP เองก็จะมีการพัฒนา อัพเวอร์ชั่นปรังปรุงตัวเองเรื่อยๆ ทำให้ Core WordPress ก็ต้องอัพตามกันมา ทีนี้เวอร์ชั่นของ PHP ที่อยู่บน Hosting ที่เราเช่าอยู่ ก็ต้องใช้ตัวปัจจุบัน หรืออย่างน้อยขั้นต่ำของที่ระบบแนะนำ อย่างตอนนี้ระบบแนะนำที่ 7.4 เป็นอย่างน้อย หากใช้เวอร์ชั่นที่ต่ำกว่า ทำให้ระบบทำงานไม่สมบูรณ์

ตั้งค่าเวอร์ชั่นของ PHP
ตั้งค่าเวอร์ชั่นของ PHP

โฮสติ้งทั่วไปที่รองรับ WordPress ส่วนใหญ่จะมีการอัพเวอร์ชั่นในระบบเรื่อยๆ แต่เราเองที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ ก็ต้องเข้ามากดอัพเดตเวอร์ชั่นของ PHP ด้วยตัวเองด้วยครับ ถ้าเป็น WordPress Hosting ที่ผมแนะนำ ทั้งหมดสามารถเข้ามากดอัพเดตได้เองเลย แต่บางโฮสอื่นๆ ที่เก่ามาก อาจจะอัพไม่ได้

4. ไม่ได้ตั้งค่า Plugin Security

การติดตั้ง Plugin Security ทำให้เราสามารถปิดช่องโหว่ที่อาจจะโดนเจาะกันบ่อยๆ ได้ ถือเป็นมาตรฐานที่ทุกเว็บควรติดไว้ ทุกเว็บที่ผมทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่จะติดให้เลย

ตัวอย่างคะแนนความปลอดภัย
ตัวอย่างคะแนนความปลอดภัย

นี่คือตัวอย่างคะแนนความแข็งแกร่งของความปลอดภัยในเว็บไซต์เรา จากปลั๊กอิน : All-In-One Security (AIOS) – Security and Firewall

5. ใช้ Plugin / Theme เถื่อน หรือไม่ได้พัฒนามาหลายปี

Plugin / Theme เถื่อน ส่วนใหญ่มาจากที่คนทำเว็บตอนแรกเลือกที่จะใช้หรือไม่ บางเว็บที่ผมเคยเจอ ลูกค้าเอามาให้ผมแก้ ลูกค้าไปจ้างฟรีแลนซ์ทำมาอีกทีนึง แล้วเค้าไปโหลด Plugin Premium ที่ปกติต้องซื้อ ที่เลือกไปโหลดในเว็บที่เอามาแจกฟรี ถ้าโชคดีไม่เจอปัญหาก็ไม่เป็นไร

แต่บางครั้งคนที่แจก เค้าคงไม่ได้แจกฟรีๆ หรอก ต้องมีใส่สคริปต์บางอย่างแน่นอน ทำให้อนาคตอาจจะเป็นสาเหตุของการโดนแฮกก็เป็นไปได้ครับ

สรุป

5 ข้อที่ผมได้พูดถึงไป คือส่วนสำคัญที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ เว็บไซต์ WordPress โดนแฮก อาจจะมีปัจจัยอื่นๆ อีกหลายปัจจัยนอกเหนือจากนี้ และมันคือ 5 สิ่งที่ผมอยากจะบอกคนในวงการเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นบริษัททำเว็บ หรือ ฟรีแลนซ์มือใหม่ ก็ควรหลีกเลี่ยง 5 ข้อผิดพลาดที่ผมได้กล่าวไป หรือแม้แต่เจ้าของเว็บไซต์เอง ก็สามารถกลับไปเช็คเว็บไซต์ของตัวเองได้เลยครับ ว่ามีสิ่งเหล่านี้หรือไม่

หรือ หากต้องการให้ทางผมเข้ามาเช็คให้ ผมก็มีบริการรับดูแลเว็บไซต์ WordPress อยู่ครับ รวมถึงรับทำเว็บไซต์ WordPress แบบคุณภาพสูง