ถ้ามองภาพกว้างๆ ในตลาดการทำเว็บไซต์ด้วยระบบ CMS จะเห็นว่า WordPress คือ No.1 มีส่วนแบ่งการตลาดมากถึง 62.0% พอระบบได้รับความนิยมทำให้เหล่านักพัฒนาทั่วโลก ช่วยกันเขียนปลั๊กอิน WordPress เพื่อเพิ่มความสามารถของ WordPress แต่ปัญหาตอนนี้คือ มันมีปลั๊กอินมหาศาลเลยทีเดียว ทำให้คนทำเว็บมือใหม่อาจจะเลือกไม่ค่อยถูก
ปลั๊กอิน WordPress เฉพาะตัวฟรีในเว็บไซต์ wordpress.org ก็มีประมาณ 59,000 ยังไม่รวมพวกปลั๊กอิน Premium ที่ต้องซื้ออีกเยอะมาก ถ้าสโคปลงมาตามหมวดหมู่ต่างๆ เช่น SEO, Builder, E-Commerce, Security, Marketing, Form เป็นต้น ปัญหาคือ แต่ละหมวดหมู่ มันก็มีตัวเลือกเยอะมากๆ แล้วเราจะเลือกตัวไหนดี
Plugin wordpress หากเลือกผิด ชีวิตเปลี่ยน เพราะอาจจะเห็นสาเหตุทำให้เว็บโดนแฮกก็ได้ หรืออัพเดตไม่ต่อเนื่องในอนาคต
ฉะนั้นในบทความนี้ ผมจะมาแชร์จากประสบการ์ณที่ผมรับทำเว็บไซต์ด้วย WordPress มาเกือบ 10 ปี

All In One WP Security & Firewall เป็นปลั๊กอิน Anti-Virus ใน WordPress นั้นเองครับ ทำหน้าที่ในการป้องกันไวรัส มัลแวร์ สแปมต่างๆ เป็นปลั๊กอินยอดนิยมในด้านความปลอดภัย มียอดการใช้งานมากกว่า 1+ ล้านครั้ง โดยมีฟีเจอร์สำคัญดังนี้
- เสริมความปลอดภัยให้กับ User
- ป้องกันการ Login โดยไม่ได้รับอนุญาต
- ป้องกันระบบฐานข้อมูล
- ป้องกันการแก้ไข File ของเว็บไซต์
- ป้องกัน Spam
- การตั้งค่า Firewall
- ระบบสแกนไวรัส
- ระบบป้องกันการคัดลอกข้อมูล
ถือว่าเป็นปลั๊กอินที่ครบเครื่องตัวนึง ส่วนตัวผมใช้งานอยู่หลายปีละ การใช้งานไม่ได้ยากมาก และที่ผมชอบที่สุดคือ มันมีมาตวัดความแข็งแกร่งของความปลอดภัยเว็บเรา ว่าอยู่ในระดับไหน

All-in-One WP Migration and Backup เป็นปลั๊กอินสำรองเว็บไซต์ หรือ BackUP WordPress เปิดตัวครั้งแรกประมาณปี 2023 หรือเมื่อ 11 ปีที่แล้ว จุดเด่นคือใช้งานง่าย สำรองได้ในไม่กี่คลิก ต่อให้เป็นมือถือใหม่ก็ใช้งานได้เลย
ส่วนตัวเคยใช้มาหลายตัว เช่น UpdraftPlus, WP Staging, Duplicator รู้สึกใช้งานยาก หลายขั้นตอน พอมาเจอตัวนี้ ก็ยาวไปเลย ใช้ในการ BackUp หรือ กรณีจะย้ายเว็บไซต์ไปโฮสติ้งใหม่ก็ได้ครับ
รายละเอียดวิธีใช้งาน อ่านเพิ่มเติมในบทความนี้ได้เลยครับ วิธี BackUp WordPress ด้วยปลั๊กอิน All-In-One WP Migration

Yoast SEO เป็นปลั๊กอินสำหรับช่วยทำ SEO ให้ดีขึ้น เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2008 ปัจจุบันมียอดใช้งานอยู่ที่ 10+ล้าน ปลั็กอินช่วยให้เราเขียน Content ในแต่ละหน้าหรือบทความได้ดีขึ้น หากเราทำไม่ถูกต้องตามหลัก SEO ปลั๊กอินจะแจ้งเตือนเหมือนไฟจราจร ถ้าเขียวผ่าน ส้มเกือบจะดี แดงคือไม่ถูกต้อง
ตัวอื่นๆ ก็มีอีกหลายตัวที่นิยม เช่น All in One SEO, Rank Math SEO, SEO Press แต่ส่วนตัวชื่นชอบสไตล์ของ Yoast มากกว่า แต่ขอให้เข้าใจว่า Yoast ไม่ได้ทำให้เว็บเราติดหน้าแรก แต่ถ้าเราทำตามคำแนะนำ ทำข้อมูลให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ย่อมมีโอกาสเสมอครับ

Yoast Duplicate Post เป็นปลั๊กอินสำหรับการคัดลอก Post, Page หรือ Post type อื่นๆ ส่วนใหญ่แล้วจะใช้งานในกรณีที่เราต้องการ Clone หน้าที่เราจัดเสร็จเรียบร้อย ไม่อยากเสียเวลาจัดใหม่ สามารถใช้ปลั๊กอิน Duplicate Post ในการคัดลอก ช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ

WP Rocket เป็นปลั๊กอินตัวโปร หรือ Premium ที่ต้องเสียเงินซื้อไม่มีตัวฟรี ใช้ในการ Optimize หรือปรับปรุงประสิทธิภาพของเว็บไซต์ให้โหลดเร็ว ซึ่งฟีเจอร์หลักของปลั๊กอินตัวนี้คือ การตั้งค่า Cache, บีบไฟล์ Js CSS HTML, Lazy Load, CDN เป็นต้น
ประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยใช้ทั้งตัวฟรีและ Premium ไม่มีตัวไหนที่สู้กับ WP Rocket ได้เลย
WP Rocket ตั้งค่าได้ครอบคลุมทุกประเด็นสำคัญ สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับ SEO แนะนำให้ใช้ครับ เพราะเมื่อเว็บไซต์โหลดเร็ว ทำให้เว็บไซต์ของเราได้เปรียบกว่าคู่แข่ง เช็คราคา WP Rocket

Seed Social เป็นปลั๊กอินสำหรับทำ Social share แชร์บทความของเว็บไซต์เราไปยังโซเชียลมีเดียต่างๆ รองรับ Facebook, X และ Line สามารถเชื่อมต่อกับ Post Type ต่างๆ ของเว็บไซต์ได้ และยังสามารถตั้งค่าให้แสดงด้านบน หรือ ด้านล่างของหน้าได้
เป็นปลั๊กอินสร้างโดยคนไทย ใช้งานโคตรง่ายง่าย เพียงพอต่อการใช้งานสำหรับคนไทย และยังรองรับการเปิดในมือถือด้วยครับ

Smart Slider3 เป็นปลั๊กอินสำหรับสร้างสไลเดอร์ยอดนิยม ใช้งานง่ายด้วยระบบบลากๆ วางๆ หรือ Drag & Drop ทำให้การทำ Slider ที่ซับซ้อนกลายเป็นเรื่องง่ายไปเลย แถมมีแม่แบบ Template( ดูตัวอย่าง Template ) ให้เลือกมากมาย มีจุดให้ตั้งค่าที่ละเอียดมากๆ และยังรองรับมือถือ 100%
นอกจากใช้ในการทำ Slider เราสามารถใช้ Smart Slider3 ในการทำ Layout ของหน้าเว็บไซต์สวยๆ ได้เลย รองรับการจัดแบบ Full-width, Full-Page, Boxed และอื่นๆ ปรับความกว้าง สูง ระยะขอบได้อย่างอิสระ
สามารถดึงพวก Content Post ต่างๆ มาทำเป็น Slider ก็ได้ เช่น ดึง Post, Page, Products , VDO เป็นต้น ถือว่าเป็นปลั๊กอินที่ครบเครื่องตัวนึง ตั้งค่าได้ละเอียด แต่ไม่ได้หนักเว็บเหมือน Revolution slider

Elementor เป็นปลั๊กอิน PageBuilder ใช้สำหรับในการจัดหน้าวาง Layout ของหน้าเว็บไซต์ แบบลากๆ วางๆ (Drag & Drop) ทำให้เราสามารถสร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress ได้แบบมืออาชีพ ยอดการใช้งานปลั๊กอินปัจจุบันมากกว่า 10ล้านเว็บ ถือว่าเป็น NO.1 ในประเภท PageBuilder
เฉพาะตัว Free ก็มีลูกเล่นที่เพียงพอสำหรับการทำเว็บไซต์ WordPress แบบทั่วไป แต่สำหรับคนที่ต้องการฟังก์ชันที่ปรับแต่งได้ลึก และหลากหลาย หรือคนที่รับทำเว็บไซต์ WordPress ให้ลูกค้า แนะนำให้ซื้อตัว Pro ครับ จะได้ทำเว็บได้แบบมืออาชีพสุดๆ

Forminator Forms เป็นปลั๊กอินสำหรับสร้างแบบฟอร์มครบเครื่องที่สุดตัวนึง ใช้งานง่าย แบบ Drag & Drop สามารถสร้างฟอร์มได้หลากหลาย เช่น ฟอร์มติดต่อ, ฟอร์มสั่งซื้อ, ฟอร์มชำระเงิน, ฟอร์มลงทะเบียน ฯลฯ และยังสามารถทำฟอร์มคำนวณ เงื่อนไขต่างๆ เชื่อมต่อระบบชำระเงินได้เลย

Seed fonts เป็นปลั๊กอินสำหรับเพิ่มฟ้อนต์ในเว็บ หรือ Web Fonts เป็นปลั๊กอินพัฒนาโดยคนไทย โดยสามารถใช้ฟ้อนต์จาก Google Font โดยตรง มีฟ้อนภาษาไทยยอดนิยมมาให้ใช้ในตัว และยังสามารถเพิ่มฟ้อนต์ของเราเองได้อีกด้วย

Chaty เป็นปลั๊กอินสำหรับสร้างปุ่มติดต่อลูกค้า โดยปุ่มจะลอยๆ อยู่ด้านล่างของเว็บไซต์ ช่วยให้ลูกค้าสังเกตเห็นได้ง่ายขึ้น เช่นปุ่ม WhatsApp, Facebook, Line, โทร และอื่นๆ อีกมากมาย

Spectra เป็นปลั๊กอินที่จะมา Unlock ความสามารถของ Block Editor (Gutenberg Blocks) มีวิดเจ็ตให้เราใช้งานได้ฟรี 30บล็อก ใช้งานง่าย ตั้งค่าได้ละเอียด พร้อมระบบ Starter Template ให้เราทำงานได้เร็วขึ้น
สำหรับใครที่ไม่ชอบ Elementor เพราะลูกเล่นเยอะเกินไป ผมแนะนำ Spectra ครับ ใช้งานง่ายตามสไตล์ของ Block Editor เว็บที่คุณกำลังอ่านอยู่นี่ก็ใช้ Spectra และใช้ Theme Astra เจ้าของเดียวกันเลย

WPCode เป็นปลั๊กอินสำหรับแทรก Code, Script, Snippets ต่างๆ ในตำแหน่ง Header, Body, Footer เช่น Google Analytics, Custom CSS, Facebook Pixel, และอื่นๆ หรือ สั่งให้ทำงานตาม Code Snippet ที่เราใส่ได้อิสระ โดยไม่ต้องแก้ไขใน functions.php หรือธีมโดยตรง
รองรับ PHP, JavaScript, CSS, HTML และ Text สามารถเขียน Logic ได้อิสระตามต้องการ ในระบบหลังบ้านของปลั๊กอินมีลูกเล่นการตั้งค่าเยอะมากๆ และที่ผมชอบที่สุดคือ มันมี Snippets สำเร็จ ที่เรามักจะใช้บ่อยๆ จิ้มเลือกใช้งานได้เลย
สรุป
13 ปลั๊กอิน WordPress ที่ผมแนะนำไป ผมสรุปจากประสบการณ์จริงของผมเอง ที่ทำเว็บไซต์ให้ลูกค้ามากกว่า 500+ เว็บ (ผลงานทำเว็บส่วนหนึ่ง) ผมเลือกตัวที่ใช้บ่อยที่สุด ตัวที่มีคุณภาพที่สุด เพราะการเลือกปลั๊กอิน ถ้าเลือกตัวที่ไม่ดี ทำให้เว็บพังได้เลย แต่ถ้าเลือกตัวดีๆ ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์เราครับ
การเลือกปลั๊กอิน WordPress ไม่มีถูกไม่มีผิดครับ แต่ละเว็บไซต์อาจจะต้องใช้มากกว่าที่ผมแนะนำไปครับ ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละเว็บไซต์
ถ้าใครมีปลั๊กอินเจ๋งๆ นอกเหนือจากที่ผมแนะนำไป มาแชร์กันได้ครับ



