7 เช็คลิสที่ควรทำก่อนลงโฆษณา Google Ads ให้ติดหน้าแรกไวๆ

7 เช็คลิสที่ควรทำก่อนลงโฆษณา Google Ads ให้ติดหน้าแรกไวๆ
สรุปเนื้อหาด้วย AI

Google Search ยังคงเป็น Search Engine อันดับหนึ่งในประเทศไทยครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 97% ดังนั้นการทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกผ่านการยิงโฆษณา Google ถือเป็นกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ ได้ผลค่อนข้างไว โดยเฉพาะธุรกิจสายบริการ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจสายอุตสาหกรรม ด้วยเหตุนี้การรู้วิธีลงโฆษณา Google Ads อย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ

เพราะจากประสบการณ์ดูแลบัญชี Google Ads ให้กับเจ้าของธุรกิจมากมาย ผมพบปัญหาที่ทำให้โฆษณาไม่ติดหน้าแรก โฆษณาไม่วิ่ง โฆษณาไม่กินเงินมามากมาย ซึ่งสาเหตุของปัญหาคือ ขาดการตรวจสอบหรือเช็คลิสพื้นฐาน ดังนั้นผมจึงเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อให้เจ้าหน้าที่การตลาด เจ้าของธุรกิจที่ต้องการทำ Google Ads มีเช็คลิสที่ควรรู้เพื่อป้องกันปัญหาอื่นๆ ตามมา

1. เข้าใจศัพท์พื้นฐานสำคัญก่อนลงโฆษณา Google Ads

การทำความเข้าใจคำศัพท์พื้นฐานสำคัญถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากในการลงโฆษณา Google Ads เพราะจะทำให้เข้าใจกลไกการทำงานของระบบได้ดียิ่งขึ้น ผมคัด 5 ศัพท์พื้นฐานเน้นๆ ที่สำคัญดังนี้

  • คีย์เวิร์ด (Keyword)

คีย์เวิร์ด Google Ads คือ คำที่เราต้องการให้เว็บไซต์แสดงผลเมื่อมีผู้ใช้ (User) ค้นหาบน Google Search โดยระบบจะเลือกจับคู่ความใกล้เคียงของคำคีย์เวิร์ดกับคำค้นหา (Search term) ที่ User ใช้ ระบบจะแสดงโฆษณาพร้อมเว็บไซต์ปลายทางให้เข้าไปตามคีย์เวิร์ดที่ต้องการ

Conversion คือ การกระทำที่เราหวังให้ User ทำบางสิ่งบางอย่างหลังจากได้เห็นโฆษณา หรือโต้ตอบกับโฆษณาที่เราส่งออกไป เช่น ให้คนคลิกปุ่มไลน์หลังจากเห็นโฆษณา กดปุ่มโทรหาเมื่อเข้าไปในเว็บ เหล่านี้ระบบเรียกว่า Conversion และเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของบัญชีควรดำเนินการติดตั้งให้เรียบร้อย เพื่อจะได้วัดผลการทำ Google ได้ละเอียดมากขึ้น

คะแนนคุณภาพ (Quality Score) คือ คะแนนที่ใช้ในการแข่งขันและวัดว่าใครมีสิทธิ์ได้โชว์โฆษณาบน Google Search หากคะแนนคุณภาพของเพื่อนๆ สูง นั้นหมายถึงระบบมองว่าโฆษณาดีกว่าคนอื่นๆ โอกาสที่เว็บไซต์จะติดหน้าแรกก็ง่ายยิ่งขึ้น

  • Pay-Per-Click

Pay Per Click คือ ระบบการคิดเงินของ Google Ads ที่คิดค่าโฆษณาเมื่อมีคนคลิกที่ตัวโฆษณา ส่วนขยายเท่านั้น หากระบบมีการแสดงผล (Impression) โฆษณาอย่างเดียวแต่ User ไม่มีการคลิกใดๆ ที่ตัวโฆษณานั้น ระบบ Google Ads จะไม่มีการคิดเงินใดๆ นี้คือข้อได้เปรียบของการลงโฆษณา Google

  • Ad Rank

Ad Rank คือ เกณฑ์คะแนนที่ระบบกำหนดไว้ว่าโฆษณาของเพื่อนๆ มีสิทธิ์ได้แสดงผลโฆษณาหรือไม่ โดยเป็นการคำนวณคะแนนจากหลายๆ อย่างประกอบกัน เช่น คะแนนคุณภาพ ราคาเสนอ เว็บไซต์ปลายทาง จำนวนคู่แข่ง หากต้องการให้โฆษณาผ่านเกณฑ์แสดงผลโฆษณาในเบื้องต้น ต้องพยายามสร้างโฆษณาให้มี Ad Rank ที่ดีก่อน

2. มีบัญชี Google Ads แบบมืออาชีพ

ปัญหาหนึ่งที่ผมพบเจอได้บ่อยสำหรับเจ้าของกิจการที่พึ่งเริ่มยิง Google คือ ใช้ Smart Campaign อย่างเดียวในการยิงแอด Google ส่งผลให้เกิดปัญหาตามมาเช่น โฆษณาไม่ตรง คนโทรผิดเข้ามาบ่อย สาเหตุเกิดจากบัญชี Google Ads ที่เปิดใช้ ทำได้แค่เพียงแคมเปญ Smart เท่านั้น

หน้าตาบัญชี Google Ads แบบมืออาชีพ
หน้าตาบัญชี Google Ads แบบมืออาชีพ

สำหรับขั้นตอนการเปิดบัญชี Google Ads แบบมืออาชีพแบบละเอียด สามารถทำตามบทความ10 ขั้นตอนสร้างบัญชี Google Ads ฟรีแบบมืออาชีพได้ หลังจากสร้างบัญชีเรียบร้อยแล้ว จะได้หน้าตาตามรูปข้างบน และจะเห็นตัวเลือกในการสร้างแคมเปญได้หลากหลายตามรูปข้างล่าง

ประเภทแคมเปญทั้งหมดบน Google Ads
ประเภทแคมเปญทั้งหมดบน Google Ads

ในส่วนของการสร้างโฆษณาให้แสดงผลบน Google Search และให้เว็บติดหน้าแรกได้นั้นจะต้องเลือกใช้แคมเปญ Search

3. จัดโครงสร้างแคมเปญให้เหมาะสม

การวางแผนสร้างแคมเปญให้สอดคล้องกับสินค้าหรือบริการที่กิจการมี คือ สิ่งสำคัญในการทำ Google Ads เพราะเป็นการวางรากฐานให้แคมเปญมีการใช้เงินอยากเหมาะสม วางงบประมาณได้สอดคล้องกับทิศทางของสินค้าที่กิจการมี รวมถึงการเขียนโฆษณาให้ปรับตามชนิดสินค้า หากวางโครงสร้างแคมเปญไม่เหมาะสม เช่น สร้างแคมเปญเดียว และอัดทุกอย่างลงไปข้างใน อาจส่งผลทำให้โฆษณาแสดงผลไม่เป็นไปตามที่ต้องการ

หลักการสร้างแคมเปญที่ดี คือ แยกตามกลุ่มสินค้าหรือบริการ หรือสร้างแคมเปญตามแผนงบประมาณของสินค้าแต่ละตัวที่บริษัทวางไว้เพราะปัญหาที่ผมเจอบ่อยๆ หลังจากได้มาดูแลบัญชี Google Ads ของหลายๆ คน คือ สินค้าที่ต้องการโปรโมตไม่ค่อยได้ขึ้นหน้าแรก สินค้าที่ไม่ต้องการโปรโมตกลับแสดงผลบ่อยครั้ง ทำให้กระทบกับยอดขายของบริษัท

หลักการสร้างแคมเปญที่ดี คือ แยกตามกลุ่มสินค้าหรือบริการ หรือสร้างแคมเปญตามแผนงบประมาณของสินค้า

ตัวอย่างการสร้างแคมเปญที่ดีสำหรับกิจการโรงงานผลิตเครื่องสำอาง

ตัวอย่างโครงสร้างแคมเปญที่ดี
ตัวอย่างโครงสร้างแคมเปญที่ดี

4. วางงบประมาณให้พอต่อการแข่งขัน

งบประมาณคือ ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การยิง Google Ads ขึ้นหน้าแรกบน Google Search ได้มากน้อยเพียงไหน เพราะหลังจากที่ระบบคัดเลือกโฆษณาที่มีคะแนนคุณภาพ (Quality Score) ผ่านเกณฑ์ Ad Rank เรียบร้อยแล้ว ระบบจะตรวจสอบว่าแคมเปญที่สร้างมีงบประมาณเพียงพอต่อการแสดงผลหรือไม่ หากงบประมาณหมดไปก่อนสิ้นวัน โฆษณาก็อดแสดงผลบนหน้าแรก คนที่จะได้โอกาสตรงนี้ก็คือ คู่แข่งนั้นเอง

หลักการวางงบประมาณบน Google Ads คือ ค่าคลิกเฉลี่ย (Avg. CPC) x 20 เพราะจะทำให้แคมเปญแสดงผลได้จำนวนคลิกที่เพียงพอต่อการเรียนรู้ของ Machine Learning Google Ads อีกทั้งยังมีโอกาสได้จำนวนการติดต่อหรือ Conversion ในแต่ละวันได้เพียงพอกับงบที่ลงโฆษณา Google Ads ไป

งบประมาณรายวันแคมเปญที่ดี = ค่าคลิกเฉลี่ย (Avg. CPC) x 20

5. ลงโฆษณา Google Ads ให้ตรงกลุ่มด้วยคีย์เวิร์ดที่แม่นยำ

จากประสบการณ์ที่ได้มีโอกาสรับทำ Google Ads มาหลายเจ้านอกเหนือจากการรับทำเว็บไซต์ด้วย WordPress มาอย่างยาวนาน ผมพบว่าปัจจัยที่สำคัญในการทำให้โฆษณา Google Ads ติดหน้าแรก คือ การเลือกคีย์เวิร์ดที่ดี เพราะบัญชี Google Ads ที่มีประสิทธิภาพดีสุดๆ ล้วนแล้วเกิดจากการคัดสรรคคีย์เวิร์ดที่ดีทั้งนั้น

การเลือกคีย์เวิร์ดที่ถูกต้อง เหมือนการที่บริษัทได้เซลล์ที่เก่งอยู่ในมือ

เครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ดฟรีที่ผมแนะนำให้ใช้ก่อนการทำโฆษณา Google คือ Google Keyword Planner เพราะเป็นเครื่องมือที่รวบรวมข้อมูลการแข่งขันของคีย์เวิร์ดไว้ค่อนข้างเพียงพอต่อการแข่งขัน สามารถดึงคีย์เวิร์ดจากเว็บไซต์คู่แข่งได้ ประมาณค่าคลิกสูงสุด หรือต่ำสุดของคีย์เวิร์ดนั้นๆ ได้ ที่สำคัญคือ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ผมจึงแนะนำให้เจ้าของกิจการหรือพนักงานการตลาดใช้เครื่องมือตัวนี้ก่อนการสร้างแคมเปญ

6. ใช้เว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพ

เว็บไซต์ปลายทาง (Landing Page) คือ สิ่งสำคัญที่จะกำหนดคะแนนคุณภาพของโฆษณา การมีเว็บไซต์ที่ดีถือเป็นการทำให้โฆษณามีชัยชนะตั้งแต่ยังไม่เริ่มการแข่งขัน นอกเหนือจากการแข่งขันในระบบ Google Ads แล้ว เว็บไซต์ที่ดียังส่งผลทำให้เกิดการติดต่อที่มากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นการออกแบบเว็บไซต์ยังไง ให้มี Conversion Rate สูงจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงไว้ด้วยเช่นกัน

ลงโฆษณา Google Ads ด้วยเว็บไซต์ที่ดีมีผลทำให้คะแนนคุณภาพ (Quality Score) สูงทำให้มีแต้มต่อในการแข่งขัน

คำแนะนำของผมคือ จ้างมืออาชีพออกแบบเว็บไซต์เพื่อการทำ Google Ads โดยเฉพาะ อย่างทีม Slatan Design ที่เคยรับทำเว็บไซต์ให้กับธุรกิจมาหลายเจ้า หรือหากบริษัทมีทีมพัฒนาเว็บไซต์ของตัวเอง ก็ควรออกแบบเว็บไซต์โดยคำนึงถึงเรื่องต่อไปนี้

  • UX / UI ที่เป็นมิตรต่อ USer
  • ประสิทธิภาพในการโหลดของเว็บไซต์ (Page Speed)
  • การวางแผนลงคีย์เวิร์ดสำหรับ Google Ads และ SEO เว็บไซต์
  • การวางปุ่ม Call To Action อย่างเหมาะสม

7. เชื่อมต่อบัญชี Google Ads กับ Google Analytics

เรื่องสุดท้ายที่คนทำ Google Ads มองข้ามและไม่ค่อยทำกัน คือ การเชื่อมบัญชี Google Ads กับ Google Analytics ซึ่งส่งผลทำให้การยิงแอด Google ไม่สามารถวิเคราะห์ผลลัพท์ของการทำโฆษณา Google ได้อย่างละเอียด เช่น เจ้าของบัญชีจะไม่รู้ว่าคีย์เวิร์ดไหนทำให้เกิดการเข้าเว็บไซต์มากที่สุด แคมเปญใดที่ทำให้ได้ User ใหม่ๆ มากที่สุด ทำให้การวางแผนการตลาดออนไลน์ในระยะยาวไม่มีประสิทธิภาพ

การเชื่อมบัญชี Google Ads กับ Google Analytics ทำให้การวิเคราะห์การตลาดมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ใครที่ทำ Google Ads ไปสักพักหนึ่งแล้ว ยังไม่ได้เชื่อมบัญชี Google Analytics ผมแนะนำให้ทำการเชื่อมบัญชีตอนนี้ทันที เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลในระยะยาว

สรุป

7 สิ่งที่ควรทำก่อนลงโฆษณา Google Ads เพื่อให้มีเว็บไซต์ติดหน้าแรกบน Google Search ไวๆ คือ 1.เข้าใจศัพท์พื้นฐานสำคัญก่อนลงโฆษณา Google Ads เพื่อเข้าใจกลไกหลักๆ ของการทำงานบน Google Ads ทำให้สามารถปรับปรุงโฆษณาให้สอดคล้องกับระบบได้ 2.สร้างบัญชี Google Ads แบบมืออาชีพ เพราะสามารถเลือกแคมเปญได้อิสระตามที่ต้องการ ควบคุมรายละเอียดหลายๆ อย่างได้

3.จัดโครงสร้างแคมเปญให้เหมาะสมตามแผนการตลาดของบริษัท โดยการแยกแคมเปญตามสินค้าหรือบริการที่ต้องการโปรโมต 4.วางงบประมาณให้พอต่อการแข่งขัน เพราะงบประมาณที่น้อยเกินไปจะไม่ก่อให้เกิดผลลัพท์ใดๆ ต่อธุรกิจ แต่ถ้ามากเกินไปก็จะทำให้เสียเงินโดยใช่เหตุ งบประมาณที่ควรใช้คือ Avg. CPC x 20 ต่อมาคือ เลือกคีย์เวิร์ดให้ถูกต้อง เพราะคีย์เวิร์ดที่ดีทำให้โฆษณาแสดงผลตรงกลุ่ม แสดงถูกคน ถูกเวลา เป็นการประหยัดเงินและได้ผลลัพท์ที่ดีไวๆ

สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การมีเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพ เพราะเป็นปัจจัยหนึ่งในการคำนวณคะแนนคุณภาพ การมีเว็บไซต์ที่ดีทำให้ได้แต้มต่อการแข่งขันก่อนสร้างแคมเปญ โอกาสชนะคู่แข่งก็มากขึ้น และเรื่องสุดท้ายคือการเชื่อมบัญชี Google Ads กับ Google Analytics เพื่อวิเคราะห์ผลลัพท์ให้ละเอียดมากขึ้น

เจ้าของธุรกิจหรือคนดูแล Google Ads ที่สร้างมาแล้วรู้สึกว่าแคมเปญวิ่งไม่ได้ประสิทธิภาพตามที่ต้องการ ต้องคอยแก้ปัญหาตลอดเวลา เบื่อต้องมานั่งดูบัญชี Google Ads ว่าตั้งค่าผิดตรงไหนทำให้ไม่มีคนติดต่อ สามารถทักทีม Teeneeweb ของเราได้เรารับทำ Google Ads โดยทีมงานมืออาชีพ